Samui Island-Ang Thong Islands-Tao Island-Nang Yuan Island (1/4)

Posted: May 14, 2007 in Travel
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2550

กลิ่นไอของน้ำทะเลลอยมาเตะจมูกตั้งแต่ 06:00 น. เสียงคลื่นซัดสาดฝั่งดังจนตกใจตื่น ลืมตามาเห็นเพดานห้องนอนตัวเอง ที่แท้ก็ยังอยู่กรุงเทพฯ นี่นา รีบกระโดดลุกไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยอารมณ์เบิกบาน เพราะอีกไม่กี่อึดใจเราก็จะได้เหยียบเกาะสมุยแล้ว อยากไปมานานแล้วทะเลใต้เนี่ย ไม่คิดฝันว่าจะได้ไปแบบไม่ทันตั้งตัวแถมที่สำคัญ “ฟรี” ทั้งทริป!! เหตุเกิดเนื่องมาจาก คุณเจ้านายจองทริปสมุยไว้ให้เจ้าหน้าที่ชาวจีนที่จะมาติดต่อธุรกิจในไทย แต่ดั๊นไม่มาซะงั้น เจ้านายก็เลยคิดพาลูกสาวที่เพิ่งได้มาประเทศไทยเป็นหนที่สองไปเที่ยวทริปนี้แทนซะเลย โดยลูกน้องอย่างเราเลยได้ผลบุญไปเป็นเพื่อนลูกสาวเจ้านาย ว๊าว! บุญหล่นทับ แถมด้วยการอนุญาตให้พาเพื่อนไปด้วยอีกหนึ่งคน ก่อนอื่นจึงขอขอบคุณคุณเจ้านายที่ใจดีเสียเหลือเกิน..

แต่งตัวใกล้จะเสร็จแล้ว รีบปลุกพี่ชายให้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ พวกเรานัดหมายกันไว้หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินตอน 07:15 น. เพราะเครื่องจะเทคออฟเวลา 08:30 น. แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาพ้นประตูบ้าน มันมาแล้ว มันมาแล้ว ฝนฟ้ากระหน่ำ ลมแรงเชียว คนกำลังจะไปเที่ยวทะเลมาทำให้ใจเสียซะได้ แต่ไม่รู้ล่ะเอาดวงเข้าสู้ยังไงต้องเที่ยวให้ได้ ฝนเหรอไม่กลัวอยู่แล้ว ลุยโลด

เพื่อนสาวผู้ทำบุญมาร่วมกันเลยได้มาเป็นเพื่อนร่วมทริปนี้มาถึงสนามบินก่อนแล้ว รออีกไม่นานนักเจ้านายและลูกสาว ก็ตามมา จึงพากันไปเช็คอินสายการบินบางกอกแอร์เวย์เที่ยวบิน PG0125 คุณเจ้านายขนเอากระเป๋ากอล์ฟมาด้วย กะไปตีกอล์ฟตามลำพังบนเกาะสมุยแล้วปล่อยให้สาวน้อยสามคนไปเริงร่าท้าน้ำทะเลกัน โอเค๊ ดีเล้ย ไม่ว่ากันไม่อยากเที่ยวกับเจ้านายอยู่แล้ว (แอบคิดแบบนี้กับผู้ให้การสนับสนุนได้ไงเนี่ย) เข้ามาถึงที่นั่งรอขึ้นเครื่องของบางกอกแอร์เวย์ มีเครื่องดื่ม แซนวิช และของหวาน คอยให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างนั่งรอได้อิ่มท้องกัน รอจนได้ยินเสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องได้แล้ว ว่าแล้วพวกเราก็ เล็ทโกทูเดอะซี !

 
เวลา 09:35 น. ในที่สุดก็มาถึงแล้วเกาะสมุย หมุย หมุย.. โอโห้! คลาสสิคมั่กมาก สนามบินสมุยเนี่ย ไม่บอกไม่รู้เลยว่านี่คือสนามบิน นี่หรือคือรางสายพานรอรับสัมภาระ เท่จริงๆ หลังจากที่รถขนกระเป๋าสัมภาระมาถึง เจ้าหน้าที่ก็จะเปิดสวิชท์สายพานและทยอยช่วยกันยกกระเป๋ามาวางบนสายพานทีละใบๆ ทั้งๆ ที่ก็ยืนห่างกันไม่กี่เมตรเนี่ย ส่งใส่มือเลยก็ได้นะ แต่เอาน่ะ ดีกว่าวางกองสุมไว้ให้มาแย่งกันเอง รถเข็นสัมภาระสำหรับผู้โดยสารก็เท่อีกแล้ว ไม่รู้ใช้งานมากี่ปีแต่ท่าทางจะแข็งแรงทนทานสุดๆ เลยล่ะ เพราะแม้จะสีถลอกปอกเปิดหมดแล้ว แต่เท่าที่เห็นก็ยังใช้การได้ดีเยี่ยม 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket  Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เมื่อเรามาถึงที่นี่ “พี่จุ๊บ” จากบริษัทเซ็นทรัลทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ท้องถิ่นบนเกาะสมุยได้เดินทางมารับและพาพวกเราไปส่งที่โรงแรมบ้านเฉวงบีชรีสอร์ทแอนด์สปา ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งของหาดเฉวงพอดี  ที่นี่จะเป็นที่พักของเรา ณ เกาะสมุยเป็นเวลา 3 คืน หลังจากที่แยกย้ายกันเข้าบ้านพักเพื่อนมันดันทักว่าเตียงแบบนี้ดูแล้วยังกับกำลังนอนอยู่บนศาลพระภูมิ ดันมาทักอะไรตอนนี้เห็นอยู่เหมือนกันน่ะ รอกลับบ้านก่อนได้มั้ยค่อยทัก ถึงไม่กลัวแต่ก็ไม่ลบหลู่นะยะ  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แต่นับเป็นโชคดีของเราจริงๆ ที่ห้องพักของเราไม่ได้มีการต้อนรับด้วยการจุดน้ำมันหอมระเหยอโรมาเธอราฟีกลิ่นตะไคร้แบบห้องของคุณลูกสาวเจ้านาย เพราะมันรุนแรงและควันฟุ้งเข้าขั้นสำลักกันเลยทีเดียวเมื่อตอนไปรวมตัวกันที่ห้องนั้นเพื่อปรึกษากันว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหนกันดี ระหว่างเปิดแผนที่หาสถานที่เที่ยวกันก็ดูสภาพอากาศไปพร้อมกันด้วย ฝนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจ มีเมฆมาก ฟ้าครื้ม ฝนปรอยๆ แต่ก็แค่ช่วงเช้าๆ เท่านั้น พอใกล้เที่ยงฝนก็หยุดแต่ยังคงฟ้าครื้มมีเมฆมากตลอดวัน จะว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกันเพราะนอกจากจะไม่ต้องเจอกับฝนตกอย่างที่กลัวไว้ ก็ยังไม่ต้องมาเจอกับสภาพอากาศร้อนเปรี้ยงๆ ด้วย แม้อาจจะอากาศชื้นไปหน่อยแต่ก็ทำให้เป็นการเที่ยวทะเลที่ไม่ต้องกลัวดำ หลังจากตัดสินใจกันได้แล้วว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ก็โทรหาบริษัททัวร์ให้ช่วยจัดการส่งรถตู้มารับพวกเราได้เลย เพราะคุณเจ้านายกับลูกสาวไม่อยากไปนั่งรถสองแถวโยกเยกกับพวกเราด้วยหรอก

 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สระว่ายน้ำของที่นี่ ขนาดไม่ใหญ่มากนัก เท่าที่สังเกตไม่ค่อยมีคนลงเล่นซักเท่าไหร่หรอก เพราะแต่ละคนต่างก็ลงเล่นน้ำทะเลกันซะมากกว่า ระหว่างรอรถตู้พวกเราก็ไปนั่งทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านอาหารริมทะเล ชื่อ ร้านลีลาวดี ซึ่งเป็นร้านอาหารริมทะเลของโรงแรมที่เราพักนี่เอง อาหารที่นี่ถ้าเป็นกับข้าวราคาขั้นต่ำจานละ 120 บาท อาหารจานเดียวต่ำสุดในเมนูก็ 80-90 บาท มะพร้าวน้ำหอมลูกละ 50 บาท ส่วนรสชาติอาหารก็ธรรมดาไม่หรูหราอะไร 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สถานที่แรกที่คนขับรถตู้ได้พาพวกเราไปชมก็คือ จุดชมวิวซึ่งอยู่ในบริเวณของเบเวอรี่ฮิลล์บูติครีสอร์ท เราสามารถมองไปเห็นหาดเฉวงได้ทั้งหาดจากจุดนี้ หลังจากแวะถ่ายรูปกันนิดหน่อยพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อไปยังหาดละไมซึ่งอยู่ตอนใต้ของเกาะสมุย เพื่อชมความพิสดารของธรรมชาติที่ปั้นแต่งโขดหินให้มีรูปร่างละม้ายคล้ายของสงวนชายหญิงอย่างละอันตั้งตระหง่านท้าลมฝนอยู่ริมหาด “หินตา-หินยาย” นั่นเอง 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ซึ่งมีตำนานเล่าขานว่าได้มีตายายคู่หนึ่ง ชื่อ ตาเครงกับยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล่นเรือใบไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่เมื่อเรือมาถึงบริเวณแหลมละไมเกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่มและจมบริเวณนี้ เมื่อร่างของทัง้สองมาเกยฝั่งจึงทำให้เกิดเป็นหินรูปร่างประหลาดอย่างที่เห็น ทันทีที่ทั้งคุณเจ้านายและลูกสาวเห็นหินรูปร่างประหลาดนี้ถึงกับขำก๊ากดังลั่น หันมาบอกกับเราว่าเค้าเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือมนุษย์มากกว่าที่คิดสัปดนมาทำเอาไว้แบบนี้ 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่ทางเข้าก่อนจะถึงหินตา-หินยายนี้ มีร้านขายกะละแมอยู่เต็มไปหมด แต่ละร้านต่างก็ยกเอากะละมังใส่กะละแมมานั่งหน้าร้าน เพื่อควักเอากะละแมออกจากกะละมัง มาปั้นเป็นห่อกะละแมสดจนหมดกะลังมัง ปกติเป็นคนไม่ชอบกินกะละแมเอาซะเลย แต่กะละแมที่นี่อร่อยมาก! ไม่ได้ซื้อเองหรอกนะ เพื่อนมันซื้อมา 3 ห่อ 100 บาท แล้วเพื่อนแบ่งให้กินและยังแถมให้เอากลับบ้านเป็นของฝากแบบไม่คิดตังค์อีกตังหาก ขอบคุณคุณเพื่อนมากนะเจ๊า 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

จากหินตา-หินยาย เราเดินทางไปกราบสักการะหลวงพ่อแดง วัดคุณาราม หรือ วัดเขาโป๊ะ อยู่ใกล้กับน้ำตกหน้าเมือง หลวงพ่อแดง ท่านเป็นพระนักวิปัสสนาอันเป็นที่เคารพของชาวเกาะสมุย ซึ่งหลังจากท่านได้มรณภาพลงแล้วศพของท่านไม่เน่าเปื่อย ญาติโยมและเหล่าสานุศิษย์จึงได้บรรจุศพในโลงแก้วจัดในท่านั่งวิปัสสนากรรมฐานดังที่เห็น นอกจากนี้ที่วัดยังมีฆ้องอยู่ 1 ใบที่เขียนข้อความเอาไว้ว่า “Can you make me cry?” นั่นก็คือ ให้เราจุ่มมือลงในขันที่รองน้ำวางไว้ให้และลูบบนปุ่มฆ้องให้เกิดเสียงกังวาน พวกเราต่างก็พากันลูบขึ้นลูบลงกันอยู่ซักพักจึงเกิดเสียงกังวานออกมาได้ หลังจากพวกเรากราบสักการะหลวงพ่อแดงและได้รับสายสินญจ์ผูกข้อมือคนละเส้นเพื่อเป็นสิริมงคลกันเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งตรงไปยังน้ำตกหน้าเมืองเพื่อขี่ช้างชมป่ากัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่น้ำตกหน้าเมืองนี้มีช้างอยู่หลายเชือก คอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้ขี่ชมความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าบริเวณน้ำตกกัน ค่าบริการคนละ 600 บาท ซึ่งช้าง 1 เชือกสามารถนั่งได้ 2 คน แต่พวกเราสามคนขอนั่งรวมกันบนหลังช้างเชือกเดียวดีกว่าเพื่อความอบอุ่น คุณช้างที่สละที่บนหลังให้พวกเราได้นั่งกันชื่อ พังทองคำ อายุอานามก็ 35 ปี ซึ่ง “พี่พี” ควาญช้างของเราบอกว่าอายุ 35 ปี ของช้างนี่เรียกว่ายังวัยสะรุ่นอยู่เลย เพราะอายุของช้างเชือกนึงสามารถยืนยาวได้ถึงร่วม 100 ปีเลยทีเดียว

ด้วยความที่ระยะนี้ฝนฟ้าตกอยู่เนืองๆ ทำให้พวกเราได้เห็นความชุ่มชื้นของผืนป่าเขียวขจี ถ้าเรามาฤดูกาลอื่นที่ไร้ฝนคอยประพรมคงไม่เห็นผืนป่าที่ชุ่มฝนเขียวสดได้ขนาดนี้ ตลอดเส้นทาง พี่พี ชี้ให้เราได้ชมต้นไม้ต่างๆ ที่กำลังออกดอกออกผลเต็มไปหมด เช่น ต้นทุเรียน มังคุด เงาะ ฯ และยังได้เห็นงูตัวเล็กๆ ที่ตกใจเลื้อยหนีพังทองคำของเราอย่างรวดเร็ว

เมื่อพวกเราไปได้ถึงกลางป่า พี่พีได้ลงจากหลังช้างเพื่อจะบริการถ่ายรูปให้พวกเรา พี่พีเรียกให้ย้ายมานั่งบนคอพังทองคำซักคน หลังจากถามความสมัครใจแล้วเพื่อนร่วมทางทั้งสองไม่ขอประลองฝีมือ ข้าน้อยจึงไม่รีรอปีนป่ายไปนั่งบนคอพังทองคำอย่างทุลักทุเล หลังจากถ่ายรูปเสร็จ พี่พีบอกว่าให้นั่งต่อไปเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่เค้าจะเดินเท้าคอยเรียกพังทองคำให้เดินตามเอง

เอาจริงเหรอพี่ ! ก็เมื่อตะกี๊ ระหว่างทางเพิ่งสวนกับนักท่องเที่ยวคู่นึง ฝ่ายผู้หญิงนั่งอยู่บนที่นั่งบนหลังช้าง ฝ่ายผู้ชายนั่งอยู่บนคอช้าง ควาญต้องตะโกนฮึ่ย ฮึ่ย เสียงดังเพื่อไล่ช้างของเค้าให้ยอมเดิน พี่พีบอกเราเองว่าช้างมันงอนที่ควาญไม่ยอมขี่เองแต่กลับให้คนแปลกหน้ามาขี่คอไม่ใช่เหรอ? แล้วหนูจะโดนพังทองคำสะบัดตกคอมั้ยพี่? หนูยังไม่อยากตายตั้งแต่ยังสาวนะ พี่พีบอกว่าไม่ต้องกลัวไปเพราะขึ้นอยู่กับนิสัยช้างแต่ละตัว พังทองคำไม่เป็นแบบพี่ช้างตัวนั้น ฉะนั้นเราก็เลยได้นั่งบนคอพังทองคำไปตลอด ว๊าว! โยกเยกได้ใจจริงๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังไปมองหน้าเพื่อนเลย ก็ไหล่ของพังทองคำเวลาก้าวเดินแต่ละก้าวมันโยกเยกไปมาราวกับจะทำให้เราตกลงมาซะให้ได้ ต้องนั่งไปซักระยะแหละถึงจะทรงตัวได้เข้าที่เข้าทาง

ใกล้จะสิ้นสุดการเดินทางบนหลังช้าง พี่พีชี้ให้เราดู พลายแก้ว ช้างหนุ่มที่นิสัยน่ารักน่าชัง พลายแก้วจะขานรับทุกครั้งที่มีคนเรียกชื่อ พี่พีจึงเรียกโชว์ให้เราดู ไม่ว่าพี่พีจะเรียกพลายแก้วกี่ครั้งก็ตาม พลายแก้วก็จะขานรับกลับมาทุกครั้งไป น่ารักกว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ที่ไม่มีสัมมาคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ อายช้างมั้ยเนี่ย ..

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พอลงจากหลังพังทองคำ พวกเรากล่าวขอบคุณ พี่พีและพังทองคำที่ให้พวกเราได้ขี่หลัง ขี่คอ ระหว่างนี้คุณลูกสาวรีบวิ่งไปซื้อกล้วยมาสองหวีเพื่อเอามาป้อนแทนคำขอบคุณพังทองคำเหมือนกัน  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

น้ำตกหน้าเมืองอยู่ไม่ไกลจากจุดขี่ช้างมากนัก เดินเท้าไปซักหน่อยก็ได้ชื่นชมกับความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวปีนป่ายโขดหินเข้าไปถ่ายรูปกับน้ำตกกันมากมาย พวกเราก็เช่นเดียวกัน 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เมื่อพักผ่อนกันพอหายเหนื่อย พวกเราจึงได้มีโอกาสไปกราบสักการะองค์พระใหญ่ หรือ พระพุทธโคดม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว สูง 12 เมตร ประดิษฐานอยู่บริเวณเกาะฟานอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสมุย องค์พระสีทองเหลืองอร่ามแลดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เสียดายที่ท้องฟ้ามืดครื้มไปสักหน่อย นี่ถ้าได้แสงทองจากพระอาทิตย์สาดส่องลงบนองค์ท่าน คงจะยิ่งแลดูสวยงามกว่านี้หลายเท่าตัว  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ด้านบนของที่ประดิษฐานองค์พระใหญ่นี้นับเป็นจุดชมวิวอันสวยงามแห่งหนึ่งทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ฟ้าอึมครึมทำให้สีสันของฟ้าไม่สดสวยอย่างที่ควรจะเป็น แล้วคุณเจ้านายก็ได้ชี้ให้พวกเราดูที่หาดหาดหนึ่งที่บริเวณนั้นมีกลุ่มเมฆฝนกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ช่างเป็นโชคดีของเราจริงๆ เพราะทุกสถานที่ที่พวกเราไปมาตลอดวันนี้ไม่ยักกะมีฝนเลยซักนิดเดียว พวกเราเลยได้เดินเที่ยวกันอย่างไม่ต้องห่วงเปียกฝนและไม่ต้องกลัวดำจากแสงแดดสบายดีจริงๆ สิ้นสุดการเดินทางของวันนี้ พวกเรากลับเข้าที่พักและรับประทานอาหารเย็นกันภายในโรงแรมซึ่งทางคุณจุ๊บได้ให้ทางโรงแรมจัดเตรียมสำรับอาหารพร้อมให้พวกเราได้รับประทานทันทีเมื่อถึงเวลาอาหารตอน 19:00 น.

หลังเสร็จอาหารมื้อนี้ พวกเราออกไปเดินเล่นกันบริเวณแหล่งช็อปปิ้งตอนกลางคืนของหาดเฉวง ไม่ได้มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาเพราะสินค้าราคาค่อนข้างแพง หาซื้อในกรุงเทพฯ จะยังถูกกว่าด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายก็ได้โรตีมา 2 ชิ้น โรตีกล้วยราดช็อคโกแลตนูเทลล่า ราคาชิ้นละ 35 บาท กับโรตีไข่และชีส ราคาชิ้นละ 40 บาท อิ่มแล้วสำหรับมื้อนี้ พวกเรารีบเข้านอนกันทันทีเพราะวันรุ่งขึ้นพวกเราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นเรือไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองกัน

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s