Samui Island-Ang Thong Islands-Tao Island-Nang Yuan Island (2/4)

Posted: May 14, 2007 in Travel
วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2550
 
ตริ๊ด ตริ๊ด ตริ๊ด เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือปลุกพวกเราตอน 06:30 น. เพราะรถของบริษัทเรือจะมารับเราที่โรงแรมตอน 07:30 น. แต่เช้านี้คุณเจ้านายไม่ไปกับพวกเราด้วยเพราะคุณเจ้านายเลือกไปตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟสันติบุรีแทน ยังไงซะพวกเราก็ทานอาหารเช้าร่วมกัน
 
แต่เอาแล้วไงล่ะ! พวกเรามาพร้อมกันที่ร้านอาหารก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว ทางร้านอาหารบอกว่าปกติร้านเปิดให้ทานอเมริกันเบรคฟาสต์ได้ตอน 07:00 น. แต่ตอนนี้ร้านยังจัดซุ้มอาหารไม่เสร็จ กว่าจะพร้อมให้พวกเราได้ทานกันก็จวนจะ 07:15 น. อยู่แล้ว รถตู้มารอรับเราแล้วซะด้วย
 
รถตู้ที่จะมารับพวกเราไปขึ้นเรือนี่จะเลทไม่ได้เลย เพราะเค้าจะต้องแวะไปรับผู้โดยสารจากโรงแรมอื่นๆ อีก เพื่อไปท่าเรือพร้อมกัน สุดท้ายพวกเราก็สายไปร่วมสิบกว่านาที คนขับรถตู้หน้าบอกบุญไม่รับ บึ่งรถปานจรวดทำเอาเมารถแทบแย่ แต่ทำไงได้ก็มันเป็นความผิดของพวกเราเองนี่นาที่ทำให้เค้าต้องซิ่งรถขนาดนั้น ไม่งั้นก็จะพากันตกเรือซะหมด 
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เรือที่พวกเราจะโดยสารไป อช.หมู่เกาะอ่างทอง วันนี้เป็นเรือลำใหญ่ที่ชาวท้องถิ่นเค้าเรียกกันว่า บิ๊กโบ้ท (Big Boat) โดยเรือจะสตาร์ทออกจากท่าเรือหน้าทอนในเวลา 08:30 น. พวกเราเลือกนั่งชั้นบนของเรือเพื่อรับลมชมวิว

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ทั้งๆ ที่ก็เคยนั่งเรือมาแล้วหลายหนก็ไม่ยักกะเคยเมาเรือ ทำไมเที่ยวนี้ถึงได้เมาหนักเอาการนอนคอพับคออ่อนปวกเปียกกันสองคน เว้นแต่คุณลูกสาวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้สึกเมาเรือเลยแถมยังมีน้ำใจไปเอาน้ำร้อนมาให้ซะอีก สุดท้ายจะน้ำร้อนหรือน้ำเดือดก็เอาไม่อยู่ซะแล้ว สะกิดเพื่อนรักให้ช่วยเดินโซซัดโซเซไปส่งที่ห้องน้ำที เพราะต้องการเอาเจ้าอเมริกันเบรคฟาสต์เมื่อเช้านี้ออกไปให้หมดซะทีเผื่อจะดีขึ้น ผ่านไปสามนาทีหน้าซีดออกมาจากห้องน้ำเดินเซไปนั่งคอตกต่อภาวนาให้ถึงฝั่งเร็วๆ ทีเถิ๊ดดดด

เห็นแล้ว เห็นฝั่งแล้ว เย้ว เย้ว รอดตายแล้วเรา.. บิ๊กโบ้ทของเราจอดอยู่ไกลจากฝั่งเพื่อถ่ายพวกเราลงเรือเล็กสองลำที่ทางเจ้าหน้าที่ อช. นำออกมารับพวกเราเข้าฝั่ง 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เมื่อเข้าฝั่งกันเรียบร้อยแล้วก็ตามแต่อัธยาศัย ใครใคร่ดำน้ำชมปะการังก็ดำ ใครใคร่จะเทรคกิ้งขึ้นไปบนเกาะวัวตาหลับก็ขึ้น บนเกาะมีป้ายแสดงค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ .. แต่สำหรับพวกเราจ่ายรวมไปในค่าแพ็คเกจทัวร์เรียบโร้ยแล้ว  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

บนเกาะวัวตาหลับนี้ เป็นจุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำ แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งว่าขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะคนที่สวมรองเท้าเหมาะสมเท่านั้นจึงอนุญาตให้ขึ้นเกาะวัวตาหลับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าแตะขึ้นเด็ดขาด เพราะข้างบนนั้นค่อนข้างสูงชันบวกกับเปียกชื้นเนื่องจากระยะนี้มีฝนตกชุก เราก็เลยไม่ได้ขึ้นด้วยเลย เพราะนอกจากใส่รองเท้าแตะแล้ว สภาพเรายังเมาแอ๋อีกด้วย แต่ก็อีกแหละโชคดีของพวกเราที่วันนี้ไม่ยักกะมีฝนมากวนใจพวกเรา มีแต่ท้องฟ้าที่อึมครึมสีไม่สดใสเท่านั้น 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แล้ววันนี้นอกจากอาการเมาเรือเมื่อเช้าทำให้เราต้องเสียอเมริกันเบรคฟาสต์ไป ยังไม่สาสมกับอาการดวงตกของเราเท่านี้ เพราะตอนที่ลงไปดำน้ำดูปะการังนั้น น้ำที่นี่ค่อนข้างขุ่นมากเลยเชียวแหละ ทำให้พวกเรามองไม่เห็นปะการังเลย เห็นแต่สาหร่ายไหวไปไหวมา เจ้าหน้าที่บอกว่าเพราะแม้ตอนนี้ไม่มีฝนตกแต่เมื่อคืนตกหนักมากๆ ทำเอาน้ำขุ่นไปหมดมองไม่เห็นอะไรเลย

และก็เพราะมองไม่เห็นอะไรเลยเนี่ยแหละ เผลอแผล็บเดียวก็ทำท่อหายใจของหน้ากากสน็อคเกิ้ลจมหายวับไปกับตา .. ตายละวา!! อันละสามร้อยบาทนะนั่นน่ะ ถ้าหายทั้งชุดถูกปรับ 1,000 บาท แต่ท่อหายใจหายถูกปรับ 300 บาท ทำไงดี ทำไงดี เราเดินดุ่ยๆ กลับไปคืนหน้ากากสน็อคเกิ้ล แอบหลบหน้ากากซุกไว้ข้างหลังพร้อมกับเดินยิ้มกริ่มส่งยิ้มหวานให้พี่ๆ เจ้าหน้าที่

เหมือนพวกพี่จะรู้ทัน บอกว่า “รู้ตั้งแต่เดินซ่อนหน้ากากไว้ข้างหลังแล้วทำอะไรหายล่ะนั่น” พอเราบอกว่า “ท่อหายใจหาย” พี่เค้าก็หัวเราะกันใหญ่บอก “จ่ายมาเลยสามร้อยไปทำอีท่าไหนให้หายได้” ก็ตอบไปว่า “อีท่าไหนไม่รู้รู้แต่ว่าสายรัดท่อของพี่มันหลวมนี่ท่อมันก็เลยหล่นหายสิ (โบ้ยเค้าซะงั้น) พี่อย่าเอาตังค์หนูไปเลยนะตั้งสามร้อยแน่ะแล้วหนูจะเอาอะไรกิน” พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนปริบๆ 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่เจ้าหน้าที่คนใต้ใจดีบอกว่า “ไม่เป็นไรน่ะอย่าเพิ่งจ่ายก็ได้ เดี๋ยวลองไปงมหาดูให้ก่อนละกันเจออยู่แล้ว” เรารีบสวนกลับว่า “จะไปเจอได้ไงพี่น้ำขุ่นขนาดนั้นปะการังยังไม่เห็นเลย” แต่พี่ๆ เค้าบอกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่มีความสามารถอยู่แล้ว หลังจากพวกเราอาบน้ำจืดกันเสร็จกลับมาสักพัก พวกพี่เจ้าหน้าที่ที่ไปช่วยกันงมก็เดินกลับมาพร้อมกับบอกว่าเจอแล้ว แต่เราไม่เห็นซะหน่อยว่าพี่เค้าเจอกลับมาจริงๆ ก็ไม่เห็นจะมีท่อหายใจสีน้ำเงินของเรากลับมาเลยนี่นา เลยคิดว่าพี่เค้าคงแกล้งตอบว่าเจอเพื่อให้เราสบายใจมากกว่า สุดท้ายก็ไม่ยอมปรับเงินเรา ใครว่าคนใต้ใจร้าย ไม่ทั้งหมดหรอกเพราะพี่คนใต้ใจดีก็มีจริงๆ นะ คอนเฟิร์ม !

แต่ยังหรอก ความซวยยังไม่หมดเท่านี้ ระหว่างรอพี่เจ้าหน้าที่งมท่อหายใจให้ก็เพิ่งมารู้ตัวว่า ตุ้มหูทองที่คุณแม่ให้มาอันตธานหายไปซะแล้ว ว๊ากกก แย่แล้ว แย่ยิ่งกว่าท่อหายใจหายเพราะตอนนี้จะไม่หายใจแล้ว คุณแม่จะว่ายังไงเนี่ยถ้ารู้ว่าลูกสาวคนสวยทำตุ้มหูทองของคุณแม่หายไปแล้วข้างนึง อันนี้จะให้พี่เจ้าหน้าที่ช่วยกันงมให้ก็คงไม่ได้ซะด้วย ได้แต่ทำใจเท่านั้นล่ะทีนี้ แต่! อย่าคิดว่าความซวยของเราหมดเท่านี้ อีกไม่นานนักความซวยลำดับถัดไปจะบังเกิด 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

หลังจากที่พวกเราออกจาก อช.หมู่เกาะอ่างทอง โบกมือบ๊ายบายและขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ อช. ที่ช่วยให้ไม่ต้องเสียตังค์ค่าปรับสามร้อยบาทเสร็จ ก็นั่งเรือออกจากที่ทำการ อช.หมู่เกาะอ่างทอง ไปราวๆ 15 นาที ก็มาถึงเกาะแม่เกาะ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ทะเลใน นั่นเอง ที่นี่เราสามารถชมกับความงามของทะเลสาบน้ำเค็มสีเขียวมรกต อันเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัวกลายเป็นลักษณะทะเลสาบที่มีภูเขาโอบล้อมโดยมีโพรงเชื่อมต่อกับน้ำทะเลด้านนอกอยู่ข้างใต้ ที่เรียกว่า ลากูน (Lagoon) และมีทางเดินเท้าสู่จุดชมวิวระยะทางราวๆ 400 เมตร ก็จะได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของทะเล ภูเขา และแมกไม้ที่ปกคลุมภูเขาสวยสดงดงาม โดยบนศาลาที่เป็นจุดชมวิวนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้ทีละ 20 คนเท่านั้น ฉะนั้นต้องทยอยรอคิวกันขึ้นไปชมความสวยงามกัน 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่ทะเลสาบแห่งนี้นอกจากจะมีจุดชมวิวด้านบนแล้ว ยังสามารถเดินลงมาชมความงามด้านล่างบนผืนน้ำทะเลสาบได้อีกด้วย น้ำที่นี่ใสราวกระจกทำให้เรามองเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่ ปลิงตัวโตๆ และหอยเม่นตัวใหญ่เบ้อเริ่มจำนวนมาก ถ้าเผลอตกลงไปละก็มีหวังตัวเป็นรูพรุนแน่ๆ  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่นี่ยังเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแมลงเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งทะเลสาบ มันสวยงามจนอยากจะยืนมองนั่งมองอยู่อย่างนี้ไปนานๆ  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เมื่อกลับออกมาจากทะเลสาบสีเขียวมรกตกันแล้ว ก็เหลือเวลาอีกซักหน่อยให้พวกเราได้แช่น้ำทะเล หรือลอยตัวดูปะการังกันอีกนิด ที่นี่น้ำใสกว่าที่หาดหน้าที่ทำการอุทยานฯ มากเลย

แล้วในที่สุดเราก็ได้ภาพนู้ดของสาวน้อยที่เปลือยกายเริงร่ากับน้ำทะเลใสมาจนได้ แต่เป็นสาวน้อยอายุไม่น่าจะเกินสองขวบ ผมสีทองแดงส่องประกายกับแสงแดด ผิวขาวนวล นี่ถ้ามีปีกน้อยๆ ติดอยู่บนหลังสักหน่อย คงคิดว่าเป็นกามเทพที่ไหนจะมาแผลงศรรักปักอกใครแถวนี้เป็นแน่ 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

14:30 น. หมดเวลาแล้วสำหรับการเดินทางชมความงามกันในวันนี้ พวกเรากลับขึ้นเรือใหญ่กันเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เกาะสมุยอีกครั้ง พี่เจ้าหน้าที่บนเรือไม่ลืมที่จะเดินมาถามว่าจะเอายาแก้เมาเรือมั้ย หลังจากที่เค้าเห็นอาการเมาแปร๋สภาพไม่น่าดูของเราไปแล้วรอบนึง จึงไม่ปฏิเสธรีบรับยามาโยนเข้าปากทันทีหลังจากกินอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์บนเรือเสร็จ ซึ่งไม่วายลำบากคุณเพื่อนและคุณลูกสาวช่วยเดินไปเอาข้าวมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะอีกตังหากเพราะทั้งสองคนกลัวว่าเราจะเมาเรืออีก จากนั้นมารู้สึกตัวอีกที อะไรกันนี่ถึงสมุยแล้วเหรอหลับไม่รู้เรื่องเลย ไม่ทันได้เมาเรือเลยนะเนี่ย พี่เจ้าหน้าที่เรือถามว่า “เป็นไงมั่ง” เลยตอบพี่เค้าไปว่า “สบายมากเลยพี่ แต่ไม่รู้พี่เอายาอะไรให้กิน ยาแก้เมาหรือยานอนหลับเพราะหลับแบบสิ้นสติเลยจริงๆ” ยังไงก็ต้องขอขอบคุณความมีน้ำใจของพี่ๆ ทุกคนด้วยล่ะนะ

เมื่อมาถึงที่พักราวๆ 16:00 น. วันนี้พวกเราย้ายจากบ้านบังกะโลมาพักบนตึกแทนเพราะบนตึกจะกว้างกว่าบ้านบังกะโลเล็กน้อย และตอนนี้แหละที่เพิ่งจะรู้ถึงความซวยของตัวเองอีกอย่าง ที่มัวแต่สนุกเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติซะไม่ทันระมัดระวัง ก็เมมโมรี่การ์ดสำรองขนาด 256 เมกน่ะสิ มันหายไปซะแล้ว! ไม่รู้ตัวเลยว่าหายไปตั้งแต่ตอนไหน แต่คาดว่าคงจะหล่นหายตอนเดินขึ้นจุดชมวิวของทะเลในแน่ๆ เพราะตอนนั้นมัวแต่หยิบกล้องเข้าๆ ออกๆ จากกระเป๋ากล้องที่เก็บเจ้าเมมโมรี่การ์ดสำรองนี้อยู่ข้างในด้วยกัน มันคงจะตกหล่นแล้วไม่ได้ยินเสียง โธ่! จะอะไรนักหนานะ ท่าทางโชคชะตาจะไม่ยอมให้มาเที่ยวฟรีๆ เลยต้องเสียทรัพย์สินกันซะหน่อยล่ะมั้ง แต่เมมโมรี่การ์ดหายนี่เรื่องใหญ่นะ ก็ถ้าเมมโมรี่การ์ดที่ใช้อยู่เต็มจะทำยังไงล่ะ พรุ่งนี้ยังต้องไปเกาะเต่า เกาะนางยวน ซะด้วยสิ  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทิ้งท้ายสำหรับคืนวันนี้ซักหน่อย หลังจากเสร็จมื้ออาหารค่ำ คุณเจ้านายชวนเดินเที่ยวบริเวณหน้าโรงแรมกัน สุดท้ายคุณเจ้านายเลี้ยวเข้าร้านบริการนวดแผนไทย เลือกให้พวกเราได้นวดเท้ากัน ค่าบริการคนละ 300 บาทต่อชั่วโมง แถมท้ายด้วยนวดหลังและคอให้อีกนิดหน่อย สบายดีจริงๆ หายเมื่อยไปได้เยอะ พร้อมที่จะลุยต่อสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ (แต่เสียดายจัง ที่ไม่ได้ถือกล้องติดไปด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปตอนนวดเท้ากลับมา)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s