Samui Island-Ang Thong Islands-Tao Island-Nang Yuan Island (3/4)

Posted: May 29, 2007 in Travel
วันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2550

หลังจากที่เมื่อวานนี้พวกเรามีประสบการณ์จากการที่กินอาหารเช้ากันไม่ทัน เมื่อคืนนี้พี่จุ๊บเลยแนะนำให้พวกเราบอกเจ้าหน้าที่โรงแรมให้จัดเบรคฟาสต์บ็อกซ์ให้เราเป็นอาหารเช้าแทน และเช่นเดิมวันนี้คุณเจ้านายก็ไม่ขอไปกับเราแต่ขอไปตีกอล์ฟอีกตามเคย เช้านี้เราให้โรงแรมมอร์นิ่งคอลล์ตอน 6:00 น. อาบน้ำเตรียมตัวเสร็จก็ลงมารับเบรคฟาสต์บ็อกซ์พร้อมไปกับรถตู้ทันที โดยรถตู้ของบริษัทเรือวันนี้นัดหมายให้เราลงมาเวลา 7:00 น. ไม่มีสายซะล่ะวันนี้ พร้อมแล้วออกเดินทางกันเล๊ย

รถตู้แวะรับผู้โดยสารตามโรงแรมต่างๆ มาส่งที่ท่าเรือพระลาน เพื่อรับบัตรโดยสารเรือซึ่งจะมีคูปองแลกซอฟท์ดริ๊งค์บนเรือคนละสองใบ พร้อมกับบัตรเข้าเกาะเต่า เกาะนางยวนให้ด้วย นอกจากนี้จะมีการผูกข้อมือด้วยริบบิ้นสีต่างๆ เพื่อแยกกลุ่มของนักท่องเที่ยวให้รู้ว่ากลุ่มนี้มาเพื่อดำน้ำหรือมาพายเรือคยัค และมีสติ๊กเกอร์เบอร์ติดหน้าอกให้รู้ว่ามาจากโรงแรมอะไรแล้วเดี๋ยวต้องกลับรถตู้หมายเลขอะไรด้วย จากนั้นก็ให้ผู้โดยสารนั่งรับประทานขนมปัง ครัวซองค์ ชา กาแฟ ได้ฟรีที่ท่าเรือระหว่างรอเวลาออกเรือด้วย ที่นี่พวกเราได้เจอกับแก๊งน้องหมาสามสี่ตัวที่อ้วนท้วนสมบูรณ์กันถ้วนหน้า ก็จะไม่ให้อ้วนได้ยังไง ในเมื่อเหล่าน้องหมาต่างมานั่งส่งสายตาอ้อนวอนขอกินขนมปังจากนักท่องเที่ยวทีละโต๊ะ โต๊ะนี้หมดก็ไปขออีกโต๊ะ กินไปเรื่อยๆ แบบนี้

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถึงเวลาเรือออกแล้ว เรือที่พวกเราจะโดยสารกันวันนี้เป็นเรือสปีดโบ้ทลำใหญ่ที่เรียกว่า คาตามาลาน (Catamaran) ของบริษัทเรือเร็วลมพระยา เรือจะมีสองชั้น ชั้นล่างเป็นโถงใหญ่เต็มลำติดแอร์ มีเก้าอี้นั่งเรียงเป็นแถวเต็มพื้นที่ห้องโถง และมีโทรทัศน์ให้ดูหนังพร้อมซับไตเติ้ลนรกให้ด้วย โดยส่วนหลังของโถงจะมีเคาน์เตอร์ให้บริการของว่างและเครื่องดื่ม และสามารถเดินขึ้นชั้นบนของเรือได้จากท้ายเรือแต่ต้องจ่ายเงิน 50 บาทสำหรับคนที่อยากขึ้นไปนั่งรับลมชั้นบนด้วย พวกเราเลือกนั่งกันชั้นล่างด้านหน้าลำเรือ และไม่ลืมที่จะกินยาแก้เมาเรือที่ได้มาจากบิ๊กโบ้ทเมื่อวานนี้กันไว้ก่อนด้วย เลยทำให้หลับตลอดการเดินทาง มาตื่นอีกทีก็ถึงเกาะนางยวนแล้ว

แต่พวกเรายังไม่ได้เข้าเกาะนางยวนตอนนี้หรอกนะ ผู้โดยสารที่จองทัวร์มาลงเกาะนางยวนก็ลงกันไปก่อน แต่กรุ๊ปของเราต้องเปลี่ยนลงเรือลำเล็กเพื่อไปดำผิวน้ำที่เกาะเต่ากันก่อน

(รูป : ไม่ใช่สปีดโบ้ทคาตามาลานนะ แต่เป็นเรือเล็กที่ต่อไปดำน้ำที่เกาะเต่า) 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ระหว่างรอผู้โดยสารลงเรือเล็กกันพวกเราเริ่มตื่นเต้นกับความใสของน้ำทะเลที่นี่ มันใสเสียจนขนาดเราอยู่บนเรือยังมองลงไปเห็นปะการังได้ และตื่นเต้นกับฝูงปลาที่ว่ายไปมาแย่งกันกินขนมปังที่คนโยนลงไปให้ 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

บนเรือมีป้ายชี้แจงราคาอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหายไว้อย่างชัดเจน .. ประสบการณ์จากเมื่อวาน วันนี้จะไม่ยอมให้หายเด็ดขาด .. แต่อุปกรณ์ของวันนี้แข็งแรงแน่นหนากว่าของเมื่อวานอยู่มาก คาดว่าคงไม่พลาดทำหายอีกแน่

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เรือของเราจอดลอยลำอยู่ห่างจากหาดพอสมควรเพื่อให้เราลงน้ำชมปะการังกัน คุณลูกสาวเจ้านายที่ว่ายน้ำเป็นก็สนุกสนานกับความสวยงามไปไกลจากเรือ เพราะพวกเราเป็นคนบอกให้คุณลูกสาวไปเอ็นจอยไม่ต้องกังวลกับพวกเราเอง นานๆ ทีเค้าจะมีโอกาสได้มาประเทศไทยอย่าได้มาเสียเวลาเปล่า แต่แม้พวกเราจะไปไหนกันไม่ได้ไกลนักก็ประทับใจมากๆ กับปะการังหลากหลายชนิดที่มีอยู่เต็มพื้นทรายใต้ตัวเรา และฝูงปลาที่ว่ายผ่านใต้ตัวเราไปมาใกล้จนเอื้อมมือไปจับกันได้เลยทีเดียว 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พวกเราสองคนว่ายน้ำกันไม่เป็นก็ได้แต่ตีขาวนไปมาจนหมดแรงจึงกลับขึ้นเรือ ซึ่งก็ใกล้เวลาที่จะต้องกลับออกจากเกาะเต่าพอดี โชคดีจริงๆ ที่หลังจากทุกคนกลับขึ้นเรือกันหมดแล้วฝนก็กระหน่ำเทลงมาแรงพอสมควร แต่พอเราไปถึงเกาะนางยวนฝนก็หยุดตกพอดี

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 สะพานทางเดินเข้าเกาะนางยวน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 ป้ายต้อนรับเข้าเกาะนางยวน

 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เวลาปิดเข้าชมเกาะนางยวน 17:00 น.

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถึงเกาะนางยวนก็เวลาอาหารเที่ยงพอดี ทางบริษัทเรือจัดให้ผู้โดยสารได้ทานอาหารบุฟเฟต์กันที่บนเกาะ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย พวกเราเช่าเตียงผ้าใบราคา 100 บาท ต่อ เตียง 2 ตัว กับร่มชาดหาด 1 คัน ไม่ได้เอาไว้นั่งหรอก แต่เอาไว้ให้สัมภาระนั่งรอพวกเราเล่นน้ำกันตังหาก

น้ำที่นี่ใสได้ใจจริงๆ เลย ใสกิ๊งราวกับกระจกขนาดน้ำลึกระดับอกก็ยังมองเห็นเท้าตัวเอง แถมไม่ต้องไปไหนลึกเลย แค่ริมหาดน้ำระดับท่วมฝ่าเท้าก็มีฝูงปลามาว่ายน้ำให้เห็นกันแล้ว พวกเราไม่ลืมที่จะถือขนมปังซึ่งได้มาจากเบรคฟาสต์บ็อกซ์ลงไปให้อาหารปลาด้วย มีปลานกแก้วสีสวย ปลาสลิดทะเล และปลาอะไรอีกก็ไม่รู้มาแย่งกันกินขนมปังจากมือของพวกเราเต็มไปหมด ปากของปลานกแก้วกัดซะเล็บของเราเป็นรอย สรุปว่าขนมปังของพวกเราไม่ได้กินกันเองเลยแต่เอามาให้ปลาซะหมด

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สนุกกันได้ซักพัก ระหว่างเราเดินแยกตัวออกมาจากเพื่อนๆ เพื่อไปเก็บกล้องถ่ายรูปซะหน่อย พี่เจ้าหน้าที่บนเรือคนนึงก็เดินมาถามว่า “อยากออกไปดูปะการังไกลๆ มั้ย” ก็ตอบไปว่า “อยากสิแต่ว่ายน้ำไม่เป็นนี่” เค้าก็เลยอาสาว่าเดี๋ยวขอเวลาสักพักจะกลับมาพาพวกเราไปดูปะการังกัน

แต่ถัดมาอีกไม่นานพี่เจ้าหน้าที่บนเรืออีกคนก็เดินมาชวนให้ขึ้นไปบนจุดชมวิวบนยอดเขา โธ่..แล้วเราจะเอายังไงดีล่ะเนี่ยเลือกไม่ถูกเลย เพราะเวลาที่เหลือจำกัดตอนนี้เนื่องจากเราเสียเวลาแช่น้ำป๋อมแป๋มกันอยู่นาน ทำให้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

สุดท้ายเลยตัดสินใจขอเลือกเดินขึ้นไปบนจุดชมวิวละกัน ก็ปะการังได้ดูจากเกาะเต่ามาแล้วนี่นา แต่ตอนนั้นคุณลูกสาวเจ้านายกำลังลอยคออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ส่วนเพื่อนสาวก็ไม่ชอบเดินขึ้นเขา ก็เลยต้องไปคนเดียว เอาไงเอากันก็ใจมันเรียกร้องต้องไปให้ได้นี่

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 เริ่มต้นทางเดินขึ้น จุดชมวิว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ขึ้นมาถึงบนจุดชมวิวจนได้

ทัศนียภาพบนนี้สวยงามมากๆ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ ภาพของเกาะสามเกาะที่ถูกเชื่อมให้เดินถึงกันได้ด้วยสันทรายที่เป็นแนวยาว กับน้ำทะเลสีเขียวมรกตใสจนเห็นความเข้มของจุดที่มีปะการัง และเหล่าแมกไม้ที่ปกคลุมเกาะซึ่งชุ่มน้ำฝนจนเขียวขจีสวยจนไม่สามารถบรรยายได้หมด แอบนั่งเงียบชมความงามบนนี้อยู่สักพักจึงตัดสินใจอำลาภาพสวยงามเหล่านี้ลงสู่พื้นทรายด้านล่าง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ชายหาดที่นี่เป็นชายหาดที่เข้มงวดกับการรักษาความสะอาดมาก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เพราะเป็นเกาะส่วนบุคคลมีกฎห้ามมิให้นำขวดพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม เข้ามาภายในเกาะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

รวมถึงไม่ให้ใส่ฟินในการดำน้ำชมปะการังด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะไปกระทบกระเทือนถูกปะการังข้างใต้นั่นเอง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทันทีที่ลงมาถึงหาดก็เจอกับพี่เจ้าหน้าที่ที่อาสาพาออกไปชมปะการังกำลังเดินกลับขึ้นมาจากทะเลพร้อมกับคุณลูกสาวเจ้านาย ซึ่งตอนที่พี่เค้ามาก็ไม่เจอเราซะแล้วเพราะเราตัดสินใจรีบเดินขึ้นไปจุดชมวิวซะก่อนจะหมดเวลา พี่เค้าจึงออกไปกับคุณลูกสาวแค่สองคนแทน แล้วคุณลูกสาวได้ขอให้พี่เจ้าหน้าที่คนนี้ช่วยเอากล้องถ่ายรูปใต้น้ำมาถ่ายรูปพวกเราดำลงไปให้อาหารปลาใต้น้ำให้ที พี่เค้าก็ใจดีช่วยจัดการให้แล้วจะส่งอีเมลล์ให้พวกเราในภายหลัง หมดเวลาบนเกาะนางยวนซะแล้ว พวกเรากลับขึ้นเรือกันตอนนั้นเป็นเวลา 14:15 น. เห็นจะได้ อำลาเกาะนางยวนกับฝูงปลาเหล่านี้ แล้วโอกาสดีๆ จะกลับมาเยือนใหม่  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เอาแล้วไงต้องกลับขึ้นเรืออีกแล้ว เราก็ชะล่าใจว่าขามาไม่ยักกะเมา ก็จะเมาได้ไงในเมื่อขามาเรากินยาแก้เมากันไว้ก่อนแล้วนี่นา แถมตื่นอีกทีก็ถึงที่หมายแล้ว พอขากลับเลยทำซ่าขอขึ้นไปตากลมให้ตัวแห้งบนชั้นดาดฟ้า แต่ที่จริงแล้วถ้ารู้ว่าขึ้นไปข้างบนแต่ต้องไปเจอกับสภาวการณ์ย่ำแย่แบบนั้น จะไม่ขอขึ้นไปเป็นอันขาด พวกเราสามคนขึ้นไปได้ซักพัก คุณลูกสาวก็ขอตัวลงไปนั่งข้างล่างตามเดิมในขณะที่เราสองคนยังยืนอยู่กันบนระเบียงด้านข้างของเรือ 

ซักพักเราชักจะยืนกันไม่ไหวเพราะเรือกระโดดกระแทกไปตามคลื่นตลอดเวลา ทำให้พวกเรารู้สึกเสียวท้องเหมือนนั่งบนไวกิ้ง แถมเสียวไส้ว่าจะโดนแรงเหวี่ยงโยนตกจากดาดฟ้าเรือเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เล่นเอาเพื่อนรักหกล้มหน้าคะมำบนระเบียงเรือ จึงตัดสินใจลงข้างล่างกันดีกว่า แต่พวกเราเดินกันไปไม่ได้ไกลก็ทำท่าจะหกล้มท่าเดียว รีบหาที่ยึดเกาะและกลั้นอาเจียนไว้ไม่ให้ทำเลอะเทอะและขายหน้า ทันทีที่ลงมาถึงพื้นเรือชั้นล่าง เพื่อนสาวก็เปิดประตูหายเข้าไปในห้องน้ำทันที ส่วนตัวเองก็กลับเข้าที่นั่งชั้นล่าง แต่ก่อนจะถึงที่นั่งพี่เจ้าหน้าที่เรือที่ดูแลพวกเรามาตลอดก็เดินมาถามไถ่อาการและส่งยาดมให้ เราจึงฝากฝังพี่คนนี้ให้ช่วยไปดูอาการเพื่อนให้ทีไม่รู้มันอยู่ในห้องน้ำเป็นยังไงมั่งแล้ว กลับมาถึงที่นั่งสภาพของคุณลูกสาวย่ำแย่ไม่ต่างกัน รวมถึงผู้โดยสารอีกหลายคน ทุกคนตกอยู่ในสภาพเมาแอ๋เพราะแรงกระโดดของเรือ 

เนื่องจากเรือสปีดโบ้ทเป็นเรือที่วิ่งไปบนผิวน้ำด้วยความเร็วสูง โดยปกติหากไม่มีคลื่นก็คงจะไม่ทำให้เมากันเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมีคลื่นลม ทำให้เรือกระโดดไปตามคลื่นและส่งผลให้ชาวกรุงที่อยู่แต่บนบกอย่างเราๆ เมาไปตามๆ กัน 

พอถึงท่าเรือบนเกาะสมุยเท่านั้นแหละ รู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ขาลงจากเรือพี่ๆ บนเรือทักเราว่า “ดีใจด้วยรอดตายแล้วนะเรา” เราจึงเอ่ยปากขอบคุณพร้อมกับส่งคืนยาดมกู้ชีพคืนไปด้วยสีหน้าที่เหมือนคนเพิ่งสร่างเมา แต่ก็พยายามจะส่งยิ้มให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

เมื่อมาถึงโรงแรมพักผ่อนกันพอหายเมาเท่านั้นแหละ ท้องมันร้องหาอาหารขั้นรุนแรง คงเพราะวันนี้สูญเสียพลังงานไปมากเหลือเกิน คุณเจ้านายพาพวกเราไปกินอาหารซีฟู้ดกันที่ร้านสมุยซีฟู้ด อาหารทะเลที่นี่ไม่ถูกเลย เห็นว่าเกาะสมุยแม้จะเป็นเกาะแต่ก็ไม่ได้ทำประมงเอง อาหารทะเลของที่นี่ก็ยังคงต้องส่งมาจากจังหวัดอื่นอีกทีเหมือนกัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ด้านหน้าของร้านสมุยซีฟู้ด  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่ร้านซีฟู้ดบริเวณนี้มักจัดหน้าร้านด้วยการนำเรือลำเล็กๆ มาใส่น้ำแข็งให้เต็มลำ แล้วนำกุ้ง หอย ปู ปลา มาจัดวางบนเรือน้ำแข็งให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันเอง แล้วคิดราคาตามน้ำหนัก พร้อมกับเลือกว่าจะให้นำไปปรุงแบบใด ที่ร้านสมุยซีฟู้ดนี้ก็เช่นกัน

และที่พวกเราเลือกรับประทานกันคืนนี้ ก็คือ กุ้งมังกร 1 ตัว ราคา 1,000 บาท, กุ้งแม่น้ำตัวโตมาก 4 ตัว ราคา 400 บาท, ปูม้า 4 ตัว ราคา 900 บาท, ปลากระพง 1 ตัว ราคา 670 บาท, หอยตลับ จำไม่ได้ว่าน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ราคาประมาณ 400 บาท, ชาแอ็ปเปิ้ล แก้วละ 45 บาท, ไอริส คาราเมล มอคค่า แก้วละ 70 บาท, เซเว่นอัพ ขวดละ 40 บาท และน้ำเปล่า ขวดละ 30 บาท  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

คุณลูกสาวตบท้ายด้วยข้าวเปล่า 1 จาน กับต้มยำกุ้ง 1 ถ้วยเล็ก ซึ่งไม่ทันได้ดูว่าราคาเท่าไหร่ รวมเบ็ดเสร็จมื้อนี้ราคาร่วม 4,000 บาทเลยทีเดียว ถ้ามาเองสัญญาได้ว่าจะไม่มากินแบบนี้แน่ๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

หลังจากพาเหล่าเพื่อนพ้องกุ้ง หอย ปู ปลา ลงไปเที่ยวเล่นในกระเพาะของพวกเราเป็นอันเรียบร้อย คุณเจ้านายและคุณลูกสาวได้กลับเข้าที่พัก แต่พวกเราสองคนแอบออกมาเดินเล่นกันเองต่อซักหน่อย ที่ต้องแอบกันออกมาเพราะถ้าหากคุณเจ้านายอยู่ด้วยล่ะก็จะจ่ายตังค์ให้ทุกอย่างที่พวกเราจะซื้อให้ได้

เจตนาหลักที่ออกมาเดินคือออกมาหาของกินเพิ่มเติมเป็นหลัก ขากลับเข้าห้องพักเลยได้ชิกเก้นคริส์ปของเบอร์เกอร์คิงส์ 1 ชิ้น ราคา 59 บาท, โรตีไข่และชีส 1 ชิ้น ราคา 40 บาท, ไอติมวอลล์ 1 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ขวด กับสเลิปปี้ 1 แก้ว อิ่มหนำสำราญกันเต็มที่เลยคืนนี้ หลับสนิท พรุ่งนี้เช้าก็ถึงเวลากลับกรุงเทพฯ ซะแล้วเรา

(รูป : ร้านขายโรตี, คนขายมีเล่นท่าในการโยนแผ่นโรตีมันส์น่าดู เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โรตีไข่และชีส ราดซอสพริกสูตรพิเศษของทางร้าน แผ่นละ 40 บาท

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s