[2 of 5] “Trip in USA” : New York – New Jersey – Virginia – Washington DC

Posted: November 8, 2007 in Uncategorized

 

ที่หมายต่อไป ก็คือ South Street Sea port จุดเริ่มต้นล่องเรือเที่ยวชมวิวรอบเกาะ Manhattan ภายในเวลา 1 ชั่วโมงโดยประมาณ ด้วยค่าบริการคนละ $25 ต่อเที่ยว

P1-026_resize.jpg picture by jade_ornament

และเมื่อมาถึง.. ด้วยอัตราค่าจอดรถที่แสนแพง ทำให้ Mr. Sin จำต้องทิ้งพวกเราไว้อีกตามเคย ส่วนเค้าจะไปขับรถวนเล่นอีก 1 ชั่วโมง ค่อยกลับมาเจอกันที่หน้าลานจอดรถของ South Street Sea port นี้

P1-027_resize.jpg picture by jade_ornament

ถึงแล้วท่าเรือที่เราจะเริ่มต้นออกเดินทาง Sight-seeing NY Water Taxi Tour กัน

P1-028_resize.jpg picture by jade_ornament

ใช้เวลารอเรืออยู่ราวๆ 15 – 20 นาทีเห็นจะได้

P1-029_resize.jpg picture by jade_ornament

เราจะโดยสาร NY Water Taxi ลำนี้กันนี่แหละ

P1-030_resize.jpg picture by jade_ornament

เริ่มสตาร์ตออกจากท่าเรือ Pier 17

P1-031_resize.jpg picture by jade_ornament

ธงชาติอเมริกาที่โบกสะบัดอยู่เหนือลำเรือ ..เอ่อ.. จะเอาที่มันสมบูรณ์กว่านี้หน่อยก็ไม่ได้

P1-032_resize.jpg picture by jade_ornament

สถานที่สำคัญแห่งแรกที่เราจะได้พบคือ Brooklyn Bridge ถือว่าเป็น National landmark ที่สำคัญอีกที่หนึ่ง ซึ่งเคยเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความยาว 1,825 m และเป็นหนึ่งในสะพานแขวนที่เก่าแก่และคลาสสิคที่สุด ซึ่งเชื่อมเกาะ Manhattan กับ Brooklyn borough เข้าด้วยกัน

P1-033_resize.jpg picture by jade_ornament

Brooklyn Bridge ถูกสร้างเป็นประตูโค้งแหลมสูงแบบศิลปะสมัย Gothic แบ่งออกเป็น 3 ช่วง

P1-034_resize.jpg picture by jade_ornament

เกาะ Manhattan

P1-035_resize.jpg picture by jade_ornament

สถานที่สำคัญต่อมา คือ Ellis Island เป็นด่านแรกที่ในอดีตใช้เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองของผู้ที่อพยพไปยังแผ่นดินใหม่ ซึ่งก็คือ อเมริกา นั่นเอง

P1-036_resize.jpg picture by jade_ornament

แล้วก็มาถึงไฮไลท์ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ” (Statue of Liberty) สัญลักษณ์ เสรีภาพ ของชาวอเมริกัน ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ขนาด 12 เอเคอร์ (30 ไร่) มีทางเดินโดยรอบเลาะริมน้ำให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม

P1-037_resize.jpg picture by jade_ornament 

 

ผู้หญิงที่ยืนยกแขนขวาชูโคมไฟขึ้นสูงมาเป็นเวลานานคนนี้ เธอมีส่วนสูง 152 ฟุต ห่มผ้าครุยยาวกรอมเท้า สวมมงกุฎรัศมี 7 แจก มือซ้ายประคองหนังสือเขียนว่า “4 กรกฎาคม 1776” ไว้บนปก ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพของอเมริกา ว่าไม่ต้องขึ้นต่อสหราชอาณาจักรอังกฤษอีกต่อไป และนับเป็นวันชาติอเมริการมาจนปัจจุบัน

P1-038_resize.jpg picture by jade_ornament

 

เมื่อเรือวนรอบกลับมายังท่า ครบเวลา 1 ชั่วโมงโดยประมาณ เราก็กลับมาที่จุดนัดพบกับ Mr. Sin เพื่อเดินทางไป NJ กัน

 

แต่ระหว่างนี้ Mr. Sin ได้พาพวกเราไปแวะที่ United Nations Plaza อยู่ระหว่าง First Avenue E 42nd จนถึง E 48th เพื่อให้เที่ยวชม “United Nations Head Office” หรือ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ หรือ UN นั่นเอง ซึ่งใช้เวลาเดินชมราวๆ 1 ชั่วโมง กับ ค่าเข้าชม $10 … บอกว่าใช้เวลา 1 ชั่วโมงอย่างนั้นเหรอ กำลังจะบอกว่าพวกเราต้องอดเข้าชมอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย! นี่ถ้าไม่ใช่มาติดต่อธุระเรื่องงานล่ะก็ ไม่ยอมจริงๆ ด้วย มาทำงาน … มาทำงาน ท่องซ้ำๆ ย้ำไว้ในใจ

P1-039_resize.jpg picture by jade_ornament 

 

อีกอย่าง.. วันนี้รู้สึกว่าจะมีการประชุมอะไรซักอย่างที่ UN เพราะเห็นมีคนใส่สูทผูกไทด์เดินเข้ามากันเต็มไปหมด และมีกองข่าวปักหลักกันอยู่หน้า UN เต็มไปหมด คาดว่ายังไงก็คงจะเข้าชมภายในไม่ได้ซะล่ะมั้งวันนี้

P1-040_resize.jpg picture by jade_ornament

UN เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โครงสร้างตึกภายนอกเป็นผนังกระจก สูง 38 ชั้น หรือ 544 ft.

P1-041_resize.jpg picture by jade_ornament

ปัจจุบันสหประชาชาติ (UN) มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 192 ประเทศ นั่นก็คือเกือบทุกประเทศทั่วทั้งโลก

P1-042_resize.jpg picture by jade_ornament

วัตถุประสงค์หลักของ UN ก็คือ การช่วยเหลือเหล่าสมาชิกประเทศเพื่อการรักษาสันติภาพ (Peacekeeping) และมนุษยธรรม (Humanitarian)

P1-043_resize.jpg picture by jade_ornament

 

เสาแจ้งสถานการณ์ฉุกเฉิน FDNY ย่อมาจาก The Official Fire Department City of New York หรือก็คือ แผนกดับเพลิงกรุงนิวยอร์ค ที่มีติดตั้งอยู่ตามแหล่งต่างๆ ทั่วตัวเมือง ปุ่มสีแดงด้านขวามือ (Fire) ไว้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ส่วนปุ่มสีฟ้าด้านซ้ายมือ (Police) เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

อยากให้เมืองไทยเรามีแบบนี้กับเค้าบ้าง แต่ก็ห่วงว่าจะโดนพวกป่วนเมืองกดเล่นกันจนวุ่นวายไปหมดซะก่อน อย่างนี้แหละนะ จิตสำนึกมันต้องใช้เวลาทั้งปลูกและฝังกันนานหน่อย

P1-044_resize.jpg picture by jade_ornament

รถเข็นขายขนม Pretzel (เพรสเซล) ส่งกลิ่นหอมแบบไหม้ๆ อย่างนี้มีให้เห็นทั่วไปเหมือนกัน

P1-045_resize.jpg picture by jade_ornament 

 

ตอนนี้อาการ Jet lag เริ่มแสดงให้รู้สึกกันแล้ว รวมทั้งอาการอ่อนเพลียจากตระเวน NY City Tour กันอีก… และแล้วก็มาถึงซะที ที่พักคืนแรกใน US ของเรา Radisson Hotel & Resorts, New Jersey

 

เตียงของโรงแรมนี้สูงเกือบเท่าเอวของคนตัวเล็กอย่างเราเลย แทบเรียกได้ว่าต้องปีนขึ้นลงเตียงกันเลยล่ะ  ฟูกหนานุ่ม หมอนนิ่ม 5 ใบเต็มเตียง กระโดดลงไปแล้ว …อืมมมม… ซุกไซ้นุ่มนิ่มซะจนไม่อยากลุกเลยจริงๆ

 

(อยากจะบอกว่า คนตัวเล็กอย่างเรา ไปนอนคนเดียวบนเตียงไซส์ฝรั่งแล้ว มันมีที่เหลือเฟือมากเลยล่ะ)

P1-046_resize.jpg picture by jade_ornament

เตียงของโรงแรมนี้มีอุปกรณ์ปรับความแข็ง-นิ่มของเตียงได้ด้วยรีโมตคอนโทรลด้วยล่ะ โอ้วพระเจ้าจอร์ชมันยอดมาก! นอกจากนี้สำหรับ Guests ของโรงแรม ยังมีบริการ Free home delivery เมื่อสั่งซื้อ A Sleep Number Bed Set นี้ด้วยนะจ๊ะ!

P1-047_resize.jpg picture by jade_ornament

โต๊ะทำงานกับบริการเชื่อมต่ออินเน็ตเน็ตความเร็วสูงฟรี มีให้บริการทุกโรงแรมใน US

P1-048_resize.jpg picture by jade_ornament

ในห้องน้ำของทุกโรงแรมที่นี่ นอกจากจะมีสบู่ แชมพู และอุปกรณ์ทั่วไปแล้ว ก็จะมีไดร์เป่าผม และ เครื่องชงกาแฟพร้อมกาแฟไว้บริการด้วย

 P1-051_resize.jpg picture by jade_ornament 

 

Heater ปรับอุณหภูมิให้ความอบอุ่น… อุณหภูมิใน NY และ NJ ค่อนข้างหนาว เฉลี่ยเวลากลางวัน 8 – 12 องศา ลมค่อนข้างแรง กลางคืนนี่บางคืนเกือบจะ 0 องศาเลยทีเดียว แต่ยังไม่ถึงกับมีหิมะตก มีแต่เม็ดฝนปรอยปรายเพิ่มความหนาวเข้าไปอีก

P1-053_resize.jpg picture by jade_ornament

ตู้เสื้อผ้า ที่นี่นอกจากจะมีตู้เซฟให้แล้ว ก็จะมีโต๊ะรีดผ้ากับเตารีด ให้บริการอยู่ในทุกโรงแรมเลยเหมือนกัน

P1-054_resize.jpg picture by jade_ornament 

 

ได้เวลาอาบน้ำนอนกันซะที อาการ Jet lag ส่อแววไม่รอดซะแล้วเรา รีบหลับกันตั้งแต่เพิ่งจะตกเย็น เพื่อจะตื่นตอน 1 ทุ่มออกไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารไทยละแวกนี้ดู เป็นร้านอาหารไทยที่ตั้งอยู่ใน The Shop Rite Mall (ขอสงวนชื่อร้าน) ราคาอาหารถูกสุดในเมนู $3.95 ต้มยำทะเล $8.95 ยำวุ้นเส้น $6.95 แกงเขียวหวานไก่ $8.95 ถ้าเป็นตระกูล Seafood ราคาอยู่ที่ $12.95 ซะส่วนใหญ่

 

สิ่งสำคัญที่สุด!! ในการมาท่องเที่ยวที่ US นี้ คือ ทิป (Tip) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไม่ได้เลยเด็ดขาด… การให้ทิปใน US ทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 15% ของยอดบิล แต่ถ้ามีหน้าที่การงานระดับ Supervisor ขึ้นไปก็มักจะให้ทิปประมาณ 20% ตัวอย่างเช่น

 

          ภัตตาคาร/ร้านอาหาร (ไม่รวมถึงร้านที่เป็น Self-Service) = 15 – 20 % ของค่าอาหาร

          Taxi = 10 – 15 % ของค่าโดยสาร

          Bell Boy = $1.00 / กระเป๋า 1 ใบ

 

ซึ่งกรณีชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิต สามารถให้ค่าทิปได้ 2 วิธี

1. รวมค่าทิปในยอดบัตรเครดิตเลย: ให้เขียนยอดเงินค่าทิปบวกไว้ในใบเสร็จก่อนให้พนักงานนำ Credit Card ไปรูด

2. จ่ายค่าทิปเป็นเงินสด: ให้ระบุยอดค่าทิปลงในสลิปบัตรเครดิตแล้ววงกำกับไว้

 

ซึ่งผลของการได้ลองลิ้มชิมรสอาหารไทยในสหรัฐแล้ว ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า มันจะเป็นอาหารไทยมื้อแรกและมื้อสุดท้ายใน US เพราะมันไม่ได้ถูกปากคนไทยเอาซะเลย อาหารทุกจานรสชาติหวานนำทั้งหมด คงเพราะปรับให้เข้ากับลิ้นชาวอเมริกัน แต่มันไม่คุ้นลิ้นคนไทยเลยซักนิด

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s