(เก็บตกเทศกาล) ศรัทธามหาชน “นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ยอดเขาคิชฌกูฏ”

Posted: April 1, 2009 in Merit, Travel

คาดว่าคงจะเป็นกระทู้ส่งท้ายเทศกาลนมัสการรอยพระบาทพลวง ณ ยอดเขาคิชฌกูฎกันในปีนี้ หลังจากมีชาวบลูแพลนเน็ตได้ทำรีวิวกันไว้มากมายหลายกระทู้ ฉะนั้นจึงขอเพียงบันทึกเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ไว้เท่านั้น รายละเอียดต่างๆ สามารถหาได้จากกระทู้ท่านอื่นๆ ที่มีเนื้อหาสาระเพียบพร้อมดีอยู่แล้ว… อีกอย่าง คงเป็นการส่งท้ายผลงานจากกล้อง Fuji S5600 ตัวนี้ ที่เป็นคู่หูกันมานาน หลังจากนี้คงจะเป็นหน้าที่ของกล้องตัวใหม่ที่เพิ่งถอยมารับช่วงต่อกัน… ขอบคุณนะ Fuji S5600 ที่ทำหน้าที่อย่างดีในทุกทริปที่ผ่านมา…

(หมายเหตุ: เนื่องจากเป็นเนื้อหาเดียวกันกับที่โพสต์ไว้ในห้อง Blueplanet ณ เว็บไซด์ pantip.com เลยมีข้อความอ้างอิงถึงห้องบลูแพลนเน็ตติดอยู่)

13 มีนาคม 2552 เวลา 20.00 น. เป็นเวลาเริ่มต้นของการเดินทางแสวงบุญในครั้งนี้ โดยมีปลายทางอยู่ที่ รอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ อันประดิษฐานอยู่บนยอดเขาพระพุทธบาท ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ซึ่งในแต่ละปี ช่วงเวลาที่สามารถขึ้นยอดเขาพระบาทจะไม่ตรงกัน โดยจะอยูในช่วงคาบเกี่ยวก่อนและหลังตรุษจีน เป็นระยะเวลาประมาณสามเดือน ซึ่งในปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. – 26 มี.ค. 2552

การเดินทางขึ้นยอดเขาเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทนั้น สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าอาจจะเลือกเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาพระบาทตั้งแต่ด้านล่างบริเวณวัดพลวงเลย แต่ส่วนตัวแล้วเรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมี ขอเลือกเดินทางด้วยรถโดยสารจากด้านล่างขึ้นไป เพื่อเริ่มต้นเดินเท้าที่ด้านบนดีกว่า อีกอย่างถนนที่ขึ้นเขา มีหลายช่วงที่รถต้องสลับเลนวิ่งขึ้นลงจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนเดินเท้าสักหน่อย

การเดินทางด้วยรถโดยสารนั้น แบ่งออกเป็น  2 ช่วงด้วยกัน ช่วงแรก คือ “รถคิวล่าง” เป็นการโดยสารรถจากด้านล่างบริเวณวัดพระบาทพลวง เป็นระยะทางประมาณ 3 กม. เพื่อขึ้นไปยัง “สถานีเจดีย์” อันเป็นจุดต่อรถช่วงบน หรือก็คือ “รถคิวบน” ในระยะทาง 5 กม. เพื่อขึ้นไปยัง “สถานีสีวลี” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้าอีก 1 กม. ไปยังยอดเขาพระบาท  ซึ่งในแต่ละช่วงของคิวรถคิดค่าโดยสาร ครั้งละ 50 บาทต่อท่าน ฉะนั้น หากโดยสารรถทั้ง 2 คิว ทั้งขาขึ้นและลงด้วย เบ็ดเสร็จค่าโดยสารต่อท่านเท่ากับ 200 บาท ซึ่งในบัตรจะมีหมายเลขคิวบอกไว้ ต้องตั้งใจรอฟังการเรียกคิวขึ้นรถให้ดีอย่าได้พลาด มิฉะนั้นอาจจะต้องเริ่มรอคิวรถกันใหม่อีกรอบ

01_resize-2.jpg picture by jade_ornament

ก่อนขึ้นมานมัสการรอยพระบาท ณ ที่แห่งนี้ ได้เคยอ่านและได้ยินมาว่าหากผู้ใดที่ไม่นิยมในพุทธพาณิชย์ อาจจะต้องทำใจกับเหตุการณ์ที่จะได้ขึ้นมาประสบพบเจอกันสักหน่อย และหลังจากได้ขึ้นไปด้วยตนเองก็ต้องยอมรับว่าบนเขานั้น ค่อนข้างเน้นเชิงการค้ากันอย่างจริงจัง ส่วนตัวเองก็ไม่ได้นิยมทางด้านนี้นัก ซึ่งสำหรับรายละเอียดนั้นไม่ขอกล่าวถึงน่าจะเป็นการดีกว่า แต่เพียงอยากฝากเตือนถึงผู้แสวงบุญทั้งหลายอย่าได้ติดใจในการพาณิชย์ทั้งหลายเหล่านั้นเลย ตั้งจิตมุ่งมั่นว่าต้องการขึ้นมากราบนมัสการรอยพระพุทธบาทเพียงเท่านั้นก็พอ เพื่อไม่ให้เกิดจิตอกุศลกันดีกว่า

(จากภาพ) ภาพทางขวามือ องค์พระประจำวันเกิดเรียงรายสลับกับบาตร เพื่อให้ปิดทององค์พระและใส่เหรียญลงในบาตร โดยใส่ในบาตรสุดท้าย 9 เหรียญเพื่อให้การค้าเจริญก้าวหน้า

 
02_resize-3.jpg picture by jade_ornament
 
อันที่จริง หากคิดในแง่ดีซะว่า จะมีเหล่าพุทธสาวกพากันขึ้นมาแสวงบุญเพียงปีละหนเท่านั้น รายได้จากการค้าวัตถุมงคลเหล่านี้ ก็เพื่อนำมาบูรณะปรับปรุงสภาพสถานที่ที่เหล่าพุทธสาวกนับหมื่นนับแสนขึ้นมาแสวงบุญกันตลอดระยะเวลาเกือบสามเดือน และเพื่อเลี้ยงดูทะนุบำรุงศาสนสถานรวมถึงผู้ที่มาอาศัยพึ่งพาบุญบารมีอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ให้ได้สมบูรณ์พูลสุขกันตลอดทั้งปี ก็ถือว่าพอสมเหตุสมผล

(จากภาพ) ภาพบน กราบบูชาท่านพระครูพุทธบทบริบาล (หลวงพ่อนัง) อดีตเจ้าอาวาสวัดพลวง

 
03_resize-2.jpg picture by jade_ornament
 
อีกทั้งเพื่อให้จิตเป็นกุศล มุ่งมั่นในการมากราบนมัสการรอยพระบาทให้บังเกิดแต่สิ่งดีงามในชีวิตดีกว่า.. ใครใคร่ทำบุญตามกำลังศรัทธา ยึดมั่นเชื่อถือในวัตถุมงคลของศักดิ์สิทธิ์ก็บูชากันไปตามความเชื่อส่วนบุคคล แต่หากใครไม่ได้นิยมชมชอบในการนี้เท่าไหร่ ก็อย่าให้ความสนใจเป็นประเด็นสำคัญ ฟังเพียงผ่านหูไปก็เท่านั้น

ภาพบน ปล่อยลูกโป่งนพเคราะห์ 12 ราศี เพื่อปล่อยทุกข์โศกโรคภัย เสริมโชคลาภเงินทอง ใบใหญ่ 40 บาท ใบเล็ก 30 บาท แต่…แอบเห็นว่าลูกโป่งก็ไม่ได้ลอยไปไหนไกลนัก ติดอยู่ตามกิ่งไม้เกลื่อนไปหมด บ้างก็แตกแต่ก็ยังติดคาอยู่บนต้นไม้รกหูรกตา คาดว่าหลังจากเสร็จสิ้นเทศกาลนี้คงจะมาทำความสะอาดกันทีเดียว

ภาพล่าง กราบสักการะพระแม่ธรณีเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่รอยพระบาท

 
04_resize-3.jpg picture by jade_ornament
 
สิ่งที่เห็นตลอดระยะทางก็คือ ธูปที่ถูกนำมาวางและงอค้ำยันก้อนหินไว้ โดยมีความเชื่อว่าเป็นการช่วยค้ำชะตาชีวิตตนเองเอาไว้
 
05_resize-3.jpg picture by jade_ornament
 
บูชาพระนอนหินริมทางเดิน
 
06_resize-1.jpg picture by jade_ornament
 
ประตูสวรรค์… เมื่อมาถึงจุดนี้ แปลว่าได้มาถึงครึ่งหนึ่งของการเดินทางเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทแล้ว จะมีจุดให้นั่งพักดื่มน้ำขิงแก้กระหายคลายเหนื่อยกันสักหน่อย
 
07_resize-2.jpg picture by jade_ornament
 
“ถึงแล้วทางเข้าลานพระบาท” มองไปไม่เห็นเลยว่ารอยพระบาทอยู่จุดใด ต้องสังเกตจากทิศทางการหันหน้าของผู้คนเอาเองว่ามุ่งไปในทิศทางใด นั่นล่ะเป็นตำแหน่งของรอยพระบาทแน่ๆ
 
08_resize-2.jpg picture by jade_ornament
 
เหล่าพุทธศาสนิกชนล้นหลามเบียดเสียด โชคดีที่อากาศบนเขานี้ช่างเย็นสบาย มีลมโกรกแรงให้ความเย็นอยู่ตลอดเวลา เสียดายแต่จำนวนคนที่แออัดมากจนแทบจะกลืนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ทำให้ไม่สะดวกต่อการถ่ายภาพรอยพระบาท

จากจุดนี้ถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจหากมุ่งมั่นเพียงแค่ว่าต้องการมากราบนมัสการรอยพระบาทเท่านั้น แต่หากท่านใดยังคงต้องการเดินเท้าต่อไปยังจุดสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น แก้วสารพัดนึก บาตรพระอานนท์ ผ้าแดง รวมถึงยังมีเรี่ยวแรงเพียงพอ ก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อไปได้เลย แต่ส่วนตัวเดินต่อไปเพียงแค่แก้วสารพัดนึกเท่านั้น ก็กลับลงเขาเพราะในใจนั้น ตั้งจิตอธิษฐานมั่นว่าจะมากราบนมัสการรอยพระบาทเพื่อเป็นสิริมงคลเท่านั้นเอง

 
09_resize-3.jpg picture by jade_ornament
 
รุ่งเช้าเสร็จสรรพจากการแสวงบุญบนยอดเขาคิชฌกูฎ ก็พากันแวะพักเหนื่อยแช่น้ำใสไหลเย็นพร้อมกับเหล่าฝูงปลาพลวงกันที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
 
11_resize-3.jpg picture by jade_ornament
 
นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างสนุกสนานกับการให้ถั่วฝักยาวเป็นอาหารแก่เหล่าปลาพลวง.. ซึ่งอยากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทั้งหลาย อย่าได้แกล้งหรือกระทำรุนแรงกับฝูงปลาพลวงเหล่านี้เลย เพราะเห็นบางท่านพยายามใช้เสื้อช้อนจับปลาพลวงแล้วโยนขึ้น เสี่ยงต่อการที่ปลาจะล่วงหล่นลงมากระแทกก้อนหินที่มีอยู่กระจัดกระจายอย่างมาก อีกทั้งต้องขอความร่วมมืออย่าได้นำสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น หนังยาง ถุงพลาสติก ฯลฯ ทิ้งลงในน้ำตก เพราะอาจจะทำให้ปลารับประทานลงไปแล้วติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้เสียชีวิตได้
 
12_resize-4.jpg picture by jade_ornament
 
จากนั้น ก็แวะไปชมความน่ารักของเหล่าโลมา ที่ “โอเอซีส ซีเวิลด์” กัน… โดยยอมรับว่าในแว่บแรกที่มาถึงรู้สึกว่าสถานที่จัดแสดงค่อนข้างเล็ก ชำรุดทรุดโทรม ไม่สวยงามอย่างที่คาดคิดไว้ เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีอยู่สักหน่อย

แต่เมื่อคิดดูอีกแง่หนึ่งแล้ว อาจจะเพราะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาไม่มากพอที่จะมีรายได้ครอบคลุมการดำเนินงาน และบูรณะซ่อมแซมดูแล ขยับขยายสถานที่สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วหากการมาเยี่ยมชมการแสดงของเหล่าโลมาจะช่วยเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ น้อยๆ ก็ยินดี

(จากภาพ) สระนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลงไปสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีการออกคำสั่งให้กับเหล่าโลมาให้ปฏิบัติตาม รวมทั้งให้ได้เกาะหลังโลมาแหวกว่ายไปในน้ำพร้อมกัน

 
17_resize-1.jpg picture by jade_ornament
 
ภาพบน โลมาลอดห่วง

ภาพล่าง โลมาเต้นประกอบจังหวะดนตรี

 
18_resize.jpg picture by jade_ornament
 
โลมากระโดดม้วนตัว
 
19_resize.jpg picture by jade_ornament
 
ชมความน่ารักของโลมาไทยทั้งสองสายพันธุ์ ซึ่งความเป็นมาของโลมา ณ ที่แห่งนี้ เกิดจากในอดีตมีโลมาว่ายมาติดอวนของชาวประมงและได้ถูกช่วยเหลือไว้ โดยท่านประธานโอเอซีส ซีเวิลด์ในปัจจุบัน เฝ้าดูแลจนโลมาแข็งแรง จนกระทั่งกลายเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์โลมาไทยทั้งสองสายพันธุ์

ต่อมาเมื่อต้องการฝึกให้โลมาสามารถแสดงความสามารถต่างๆ อย่างต่างชาติได้ จึงติดต่อครูฝึกชาวต่างชาติ แต่กลับได้รับการปฎิเสธด้วยเหตุผลว่าโลมาไทยไม่ฉลาดและฝึกยาก จึงจ้างครูฝึกชาวไทยมาฝึกฝนเพียงระยะสั้นๆ ก็สามารถสอนให้โลมามีทักษะการแสดงกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

 
20_resize.jpg picture by jade_ornament
 
โลมาอิระวดี หรือโลมาหัวบาตร มีลักษณะคล้ายปลาวาฬ หัวค่อนข้างกลม ไม่มีจะงอยปาก ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น การที่โลมาออกหากินใกล้กับอวนของเรือประมง จึงติดอวนประมงทำให้หายใจไม่ได้และเสียชีวิตในที่สุด อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ชาวประมงไม่ได้ตั้งใจ หรือแม้กระทั่งเจตนาล่าโลมาด้วยการล่อให้มาติดอวนแล้วชำแหละเนื้อเพื่อส่งให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมรนำไปทำเนื้อแดดเดียว
 
21_resize.jpg picture by jade_ornament
 
โลมาปากขวด หรือโลมาสีชมพู มีจะงอยปากคล้ายรูปทรงของขวด มีสีน้ำเงินเข้มอมเทา เมื่ออายุมากขึ้นสีจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีอมชมพู มีนิสัยขี้เล่น เฉลียวฉลาด มักพบโลมาปากขวดว่ายแข่งกับเรือเดินทะเลด้วยความซุกซนของมัน

หากมีโอกาสไปไปเยือนจังหวัดจันทบุรี ก็ลองหาโอกาสแวะเวียนไปชมความน่ารักของเหล่าโลมา เป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ฟาร์มโลมาพันธุ์ไทยได้พัฒนาและสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกไม่ให้น้อยหน้าต่างชาติที่ดูแคลนโลมาไทย

 
22_resize.jpg picture by jade_ornament
 
 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s