เยือนอันดามันตะวันออก ไปกับ อาณาเล รีสอร์ท (A-Na-Lay Resort) ณ เกาะกูด จังหวัดตราด

Posted: December 4, 2009 in Travel
นับจากทริปเกาะช้างเมื่อปี พ.ศ. 2545 แล้ว มาวันนี้พวกเราได้ออกเดินทางไปชมความสวยงามของท้องทะเลที่ได้ชื่อว่าเป็น “อันดามันตะวันออก” กันอีกครั้ง ซึ่งเป็นการนำเที่ยวโดยครอบครัวหลังใหญ่ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง นั่นคือ “อาณาเล รีสอร์ท (A-Na-Lay Resort)” ณ เกาะกูด  จังหวัดตราด

การเดินทาง : ซื้อตั๋วไป-กลับ ของบริษัท ธนกวีขนส่ง เที่ยวออกจากเอกมัย – ตราด รอบ 23:00 น. ราคาคนละ 456 บาท โดยเที่ยวขากลับเป็นตั๋วเปิดไว้ รอวันกลับค่อยไปคอนเฟิร์มเวลาที่สถานีตราดเพื่อความปลอดภัยในกรณีหากมาไม่ทันรอบรถก็ยังสามารถใช้บริการรอบถัดไปได้โดยไม่ต้องทิ้งตั๋วไปฟรีๆ

เริ่มต้นการเดินทาง ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 19/11/2552 มีปัญหาสะดุดขลุกขลักให้ได้ตื่นเต้นกันเล็กน้อย เมื่อมีสายเรียกเข้าจากทาง บริษัทธนกวีฯ ว่า ที่พวกเราจองตั๋วเดินทางไปจังหวัดตราดกันในค่ำวันนี้ ไม่มีรอบรถออกจากเอกมัยแต่จะต้องไปขึ้นรถที่หมอชิตแทน… แต่ด้วยความรับผิดชอบที่ดีของทางธนกวีฯ ทำให้พวกเราไม่ได้รู้สึกถึงความเดือดร้อนอะไรมากมายนัก เพราะทางธนกวีฯ แจ้งว่าหากผู้โดยสารสะดวกที่จะเดินทางมาสถานีเอกมัยมากกว่า ทางธนกวีฯ ยินดีจัดเตรียมเจ้าหน้าที่รอรับพวกเราอยู่ที่สถานีเอกมัยเพื่อพาพวกเราไปส่งขึ้นรถที่สถานีหมอชิตโดยจะรับผิดชอบในเรื่องค่าเดินทางเอง พร้อมกับกล่าวขอโทษสำหรับความผิดพลาดนี้อยู่หลายหนทีเดียว… อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ต้องขอขอบคุณและชื่นชมในความรับผิดชอบที่ทางธนกวีฯ ได้จัดการแก้ปัญหาให้กับผู้โดยสารเป็นอย่างดีในครั้งนี้ด้วย

หมายเหตุ:
1.    หากซื้อตั๋วโดยสารของบริษัทธนกวี แล้วพบว่าบนหน้าตั๋วระบุชื่อ บริษัทศุภรัตน์ทัวร์ ก็ไม่ต้องประหลาดใจ เนื่องจากบริษัทธนกวีขนส่ง มีชื่อเดิมว่าบริษัทศุภรัตน์ทัวร์นั่นเอง
2.    เจ้าหน้าที่แจ้งเพิ่มเติมว่า แม้เวลาบนหน้าตั๋ว จะระบุไว้ 22.30 น. แต่เวลารถหมุนล้อ ตามจริงจะเป็นเวลา 23:00 น.

Photobucket


วันศุกร์ที่ 20/11/2552 เช้านี้ รถทัวร์มาถึงสถานีตราดเร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่ควรจะมาถึงตามตารางในเวลา 04:00 น. กลับกลายเป็นว่ามาถึงสถานีตั้งแต่ 03:00 น. และด้วยความเกรงใจว่า “คุณศุกรี” (อาณาเลรีสอร์ท) จะต้องตื่นเช้ากว่าเดิมมารับพวกเราก่อนเวลานัดหมาย จึงอดทนนั่งรอนอนรอตากลมหนาวอยู่ที่สถานีจน 04:15 น. ค่อยโทรแจ้งคุณศุกรีว่ามาถึงแล้ว แต่ที่ไหนได้ปรากฎว่าคุณศุกรีได้ออกมารับนักท่องเที่ยวแล้วรอบนึงเมื่อตอนราวๆ เกือบตีสี่ โดยที่พวกเราไม่ได้รู้เรื่องเลย โธ่…แล้วก็นั่งตากลมกันอยู่ตั้งนานแน่ะ

[หมายเหตุ: เป็นความผิดพลาดของพวกเราเองที่ตัดสินใจนั่งรอกันที่สถานี เพราะตามเงื่อนไขของรีสอร์ทแจ้งให้ทราบก่อนเดินทางแล้วว่า นัดหมายที่สถานีในเวลา 04:30 น. เมื่อมาถึงสถานีแล้วให้โทรแจ้งทางรีสอร์ท แต่หากมาถึงก่อนเวลาก็สามารถโทรแจ้งเพื่อจะได้นำรถออกมารับก่อนได้เช่นกัน แต่พวกเราเองที่ไม่ได้โทรแจ้งด้วยความเกรงใจ]

Photobucket


เมื่อคุณศุกรีมารับที่สถานีตราดแล้ว ก็นำพวกเราไปพักผ่อนกันก่อนที่สำนักงานอาณาเล ถนนตราด – แหลมงอบ เพื่อรอเวลาเดินทางต่อด้วยเรือสปีดโบ้ทข้ามไปยังเกาะกูด ในเวลา 08:00 น. ซึ่งทันทีที่พวกเราเข้าสำนักงานได้ก็เลื้อยหาที่นอนหลับทันที เพราะแทบจะไม่ได้หลับเลยตอนอยู่บนรถทัวร์ หลังจากพักผ่อนพอสมควรตื่นมาอีกทีก็ล้างหน้าแปรงฟันเตรียมตัวเดินทางกันต่อเลย

Photobucket


หากใครมีอาการเมารถเมาเรือ สามารถขอยาแก้เมาจากทางรีสอร์ทได้ ขอบอกว่าได้ผลชะงักดีนักแล เม็ดเดียวสลบไสลไม่รู้ความ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สนแล้วว่าธรรมชาติรอบข้างจะเป็นยังไง ขอให้ไม่ทรมานจากอาการเมาเป็นพอ ซึ่งพวกเราก็คือหนึ่งในนั้นนั่นเอง ใจรักการเที่ยวทะเลมากๆ แต่ศิโรราบให้กับอาการเมาเรือจริงๆ หากใครไม่เคยเมาเรือจะไม่รู้เลยว่ามันทรมานขนาดไหน ฮือ ฮือ…

Photobucket


วันนี้น้ำทะเลขึ้นค่อนข้างสูง ทางรีสอร์ทไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบท่าของรีสอร์ทได้ จึงต้องเคลื่อนย้ายคณะของพวกเราทั้งหมดสิบกว่าชีวิตขึ้นทางบกแล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปตามเส้นทางถนนที่แสนจะขรุขระ สืบเนื่องมาจากช่วงฤดูฝนทำให้พื้นดินเฉอะแฉะอ่อนตัวเกิดเป็นหลุมบ่อจำนวนมาก

ทันทีที่มาถึง “คุณนวี” ผู้ดูแลรีสอร์ทกุลีกุจอให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองและทั่วถึง ตลอดจนเจ้าหน้าที่รีสอร์ทท่านอื่นที่จัดเตรียมต้อนรับคณะของพวกเราด้วย Welcome Drink เป็นน้ำมะพร้าวหวานหอมชื่นใจ และข้าวต้มกุ้งร้อนๆ เป็นมื้อเช้า โดยระหว่างนั่งรอกระเป๋าสัมภาระและกุญแจห้องพักอยู่นี้ ขอเดินเก็บภาพบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ เป็นการฆ่าเวลา แต่ไปในสภาพเดินเป๋ไปเป๋มาเพราะยังไม่ยังสร่างมึนจากฤทธิ์ของยาแก้เมา

จากภาพ เป็นสะพานทางเดินจากท่าเทียบเรือด้านหน้าตรงเข้าสู่ตัวรีสอร์ท

Photobucket


เลี้ยวไปตามทางด้านขวามือ ที่ปลายสุดของทางเดินจะเป็นหาดด้านท้ายของรีสอร์ท

Photobucket


หาดด้านหลังนี้สามารถลงเล่นน้ำได้ และเป็นจุดลงเรือคยัคด้วยเช่นกัน

Photobucket


กลับมาทางด้านหน้ารีสอร์ทเยื้องไปทางซ้ายมือ จะเห็นศาลาสำหรับบริการนวดแผนไทยอยู่ด้านนอก

Photobucket


ด้านบนคือห้องอาหารและโถงล็อบบี้

Photobucket


ที่บริเวณล็อบบี้มีจุดให้บริการอินเตอร์เน็ตอยู่ หรือหากต้องการหยิบยืมอุปกรณ์ดำน้ำ เสื้อชูชีพ เบ็ดตกหมึก พายเรือคยัค ก็สามารถมาติดต่อขอรับบริการได้ที่ล็อบบี้เช่นกัน

Photobucket


จากบริเวณล็อบบี้และห้องอาหารสามารถนั่งพักผ่อนรับลมเย็นๆ ฟังเสียงคลื่น มองท้องทะเลได้อย่างสบายอารมณ์

Photobucket


แวะไปเดินเล่นรับลมที่ศาลากันบ้าง…

Photobucket


ที่ศาลานี้ลมพัดผ่านตลอดเวลา ท่าทางว่าถ้าได้นอนรับบริการนวดผ่อนคลายตรงที่นี้ คงจะหลับลึกเป็นแน่แท้

Photobucket


ทัศนียภาพเมื่อมองจากศาลาออกไปด้านหน้าท่าเทียบเรือ

Photobucket


ถัดมาด้านหลังศาลา มีจุดให้บริการโต๊ะพูลอยู่…

Photobucket


แต่ไม่ฟรีนะจ๊ะ! คิดค่าบริการตามอัตราที่กำหนด ลองติดต่อสอบถามที่ล็อบบี้ได้เลย

Photobucket


ในที่สุดสัมภาระก็มาถึง… ขอรับกุญแจห้องพักจากเจ้าหน้าที่โดยจะต้องจ่ายมัดจำค่ากุญแจห้องพัก ห้องละ 100 บาท และสามารถมาติดต่อรับเงินมัดจำคืนได้ในวันที่เช็คเอ้าท์ออกจากรีสอร์ท

Photobucket


บ้านพักหลังที่ 25 อยู่ในบริเวณหาดด้านท้ายรีสอร์ท อาจจะเดินไกลจากล็อบบี้ซักหน่อย แต่พวกเราก็ชอบทำเลนี้ไม่น้อย

Photobucket


ชุดรับแขกบนระเบียงบ้านพัก

Photobucket

ด้านข้างของบ้านพัก มีเนินสวนดอกไม้ขนาดย่อมสีสันสวยงามอยู่


Photobucket


ด้านหน้าห้องพัก สามารถมองเห็นเกลียวคลื่น และหาดท้ายรีสอร์ทได้พอดิบพอดี

Photobucket


ภายในบ้านพัก Bungalow Air แบบ VIP จะมีเครื่องใช้เหมือนห้องพัก Bungalow Air แบบธรรมดาทุกอย่าง แต่เพิ่มเติมในส่วน เครื่องทำน้ำร้อน ตู้เย็น ไดร์เป่าผม กาน้ำร้อนและชุดชงกาแฟ สำหรับบริการด้านน้ำและไฟฟ้าที่รีสอร์ทแห่งนี้ไม่มีกำหนดเวลาเปิด-ปิด สามารถเปิดใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ต้องร่วมมือกันประหยัดทรัพยากรใช้สอยแต่จำเป็นนะจ๊ะ

Photobucket


บ้านพักแบบ Bungalow Air VIP นี้ เข้าพักได้ 2-4 คนต่อหลัง ราคาโปรโมชั่นสำหรับเดือนพฤศจิกายน 2552 เมื่อซื้อเป็นแพ็คเกจ ลดจากราคาเต็ม 900 บาท (6,500 – 900) = 5,600 บาทต่อท่าน

Photobucket


ผ้าขนหนูพับเป็นตัวช้างน้อย

Photobucket


ทีวีภายในห้องที่แทบจะไม่ได้เปิดดูเลย ในเมื่อตั้งใจมาดื่มด่ำกับธรรมชาติจะมัวนั่งมองภาพมายาผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมที่หาดูได้ที่บ้านทำไมกัน ออกไปนั่งนับเมฆ ฟังเสียงคลื่น สัมผัสความงามที่จับต้องได้ตรงหน้ากันดีกว่า

Photobucket


อย่างไรก็ตาม… ทางรีสอร์ทก็มีบริการเครื่องเล่นดีวีดีไว้พร้อมสรรพสำหรับความชื่นชอบที่แตกต่างกันไป จากการพูดคุยกับคุณนวี ทำให้ทราบว่าในตอนนี้แม้ว่าทางรีสอร์ทยังไม่มีบริการให้ยืมแผ่นหนังดีวีดีมาชมในห้องพัก แต่ก็เป็นโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ระหว่างนี้ก็ต้องเตรียมแผ่นหนังมากันเองก่อนนะจ๊ะ

Photobucket


น้ำดื่ม และชา กาแฟ สามารถขอเพิ่มได้ตามความต้องการ

Photobucket


ภายในห้องน้ำ ขาวสะอาด ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติแลดูโปร่งโล่งสบาย

Photobucket


มีแท่นน้ำตก และบ่อปลาหางนกยูงขนาดย่อมรองรับน้ำตกอยู่ด้านล่าง ซึ่งทุกครั้งที่เปิดไฟห้องน้ำ น้ำตกก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ… เวลากลางวันไม่เป็นปัญหา แต่เวลากลางคืนเสียงดังใช่เล่น กลางดึกจะลุกมาเข้าห้องน้ำทีไม่กล้าเปิดไฟ เพราะกลัวรบกวนเพื่อนที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างอร่อย

ตอนขากลับออกจากรีสอร์ท ก็ลืมเสียสนิทว่าจะคอมเม้นท์กับทางรีสอร์ทซักนิดว่าถ้าแยกสวิชต์ไฟกับสวิชต์เปิดปิดน้ำตกออกจากกันเป็นคนละอันได้น่าจะดีกว่า

Photobucket


บ้านแฝดหลังใหญ่ แบ่งเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องใต้หลังคา เข้าพักได้ 6-8 คน ตั้งอยู่ด้านหลังเยื้องๆ กับบ้านพักของพวกเรา บ้านพักหลังนี้นอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากชายหาดท้ายรีสอร์ทแล้ว ยังมีเนินสวนดอกไม้สวยงามอยู่หน้าบ้านอีกด้วย

Photobucket


เดินส่องดอกไม้กันพอเป็นพิธี… แต่เรียกไม่เป็นสักดอกว่าชื่ออะไร เว้นแต่เจ้าดอกนี้เพียงดอกเดียวที่พอจะรู้ว่าคือ ดอกลีลาวดี

Photobucket


# 1

Photobucket


# 2

Photobucket


# 3

Photobucket


# 4

Photobucket


# 5

Photobucket


# 6

Photobucket


# 7

Photobucket


# 8

Photobucket


ส่องมาโครอยู่ดีๆ หันมาตกใจกับเจ้าถิ่น ที่ย่องเงียบมาทักทายตาลุกวาวอยู่ข้างหลัง

Photobucket


ไม่ได้มาลำพัง พาเพื่อนลายเสือมาด้วย

Photobucket


ที่ท้ายหาดมีเรือนรับรองส่วนตัวอยู่ 1 หลัง ชื่อ “เรือนรับรองบ้านหาดทรายแดง”

Photobucket


หาดท้ายรีสอร์ท

Photobucket


มีเรือคยัคสีสันสดใสอยู่หลายลำซึ่งเก็บไว้เป็นระเบียบอยู่บนเนินริมหาด หากต้องการใช้บริการต้องไปติดต่อที่ล็อบบี้เสียก่อน เพื่อเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะมาบริการยกเรือลงทะเลให้

Photobucket


จากท้ายหาด เดินลัดเลาะตามทางเดินออกมาสู่ด้านหน้ารีสอร์ทได้

Photobucket


มีบริเวณพักผ่อนให้ได้นอนอาบแดดยามเช้า รับลมยามเย็น กับบรรยากาศสบายๆ ริมทะเล

Photobucket


หรือจะนอนบนเปลอ่านหนังสือ ไกวช้าๆ ชวนหลับซะจริง

Photobucket


มุมพักผ่อนบริเวณนี้ นับเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพของรีสอร์ทเลยทีเดียว โดยเฉพาะคู่รักหลายคู่มักพากันมาโพสต์ท่าหยอกเย้ากันน่ารัก น่าอิจฉาเสียนี่กระไร

Photobucket


ช่วงปลายฤดูกาลอย่างนี้น้ำขึ้นสูงมากจริงๆ พวกเราไม่มีโอกาสได้เห็นหาดทรายด้านหน้ารีสอร์ทนี้เลยสักครั้ง

Photobucket


ริมหาดหน้ารีสอร์ทมีโขดหินอยู่กระจัดกระจายพอสมควร จะลงเล่นน้ำก็ระมัดระวังกันสักนิด

Photobucket


สาวน้อย

Photobucket


ในรูปนี้ จะเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวโปร่งใสเหมือนวุ้นลอยอยู่ในน้ำเต็มไปหมด ครั้งแรกที่ได้เห็นก็เพราะสาวน้อยในรูปข้างนั่นแหละเป็นคนชี้ให้ดู จึงสอบถามจากคุณนวี ได้คำตอบมาว่า ถ้าเป็นเจ้าตัววุ้นใสๆ ที่มีลักษณะทรงกลมนั่นคือแมงกะพรุนอย่างที่รู้จักกันดี โดยที่หากมีเม็ดสีแดงๆ อยู่ในลำตัวด้วย นั่นคือ “แมงกะพรุนไฟ” ที่ถ้าโดนถูกแล้วล่ะก็จะแสบร้อนกันน่าดู

ส่วนเจ้าตัวใสๆ ติดกันเป็นสายสร้อยนั้น ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่า “ลูกน้ำ” ที่เห็นเป็นสายเกิดจากลูกน้ำเดี่ยวๆ หลายๆ ตัวร้อยเรียงติดกันเป็นสาย ลำตัวของลูกน้ำมีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อใสๆ และมีนิวเคลียสสีแดงอยู่ตรงกลาง สามารถสัมผัสได้ไม่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนเหมือนอย่างแมงกะพรุนไฟ และมีมากเป็นบางช่วงฤดูเท่านั้น ไม่ได้มีตลอดปี

ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณ คุณนวีมากๆ นะคะ ที่กรุณาให้ความรู้นี้แก่พวกเรา  นอกจากนี้เมื่อลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าลูกน้ำตัวน้อยนี้ ได้ข้อมูลเรียบเรียงคร่าวๆ ได้ความว่า 

“สัตว์น้ำตัวใสที่ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่า ลูกน้ำ นี้จัดเป็นแพลงก์ตอนชนิดหนึ่ง เรียกว่า ซัล์ฟ หรือ ซาล์ป (Salp) เป็นสัตว์ทะเลลำตัวโปร่งใสคล้ายแมงกะพรุน โดยลำตัวของซัล์ฟมีลักษณะเป็นเจล (Gelatinous body) เคลื่อนตัวด้วยการบีบหดลำตัวเคลื่อนไปกับน้ำ มีวงจรชีวิตเพียง 2 สัปดาห์ มักต่อตัวเรียงร้อยกันเป็นสายโซ่ กินพืชน้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น สาหร่ายกลุ่มไฟโตแพลงตอน ซึ่งพืชเหล่านี้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) เมื่อซัล์ฟกินพืชน้ำเหล่านี้เข้าไป ซัล์ฟจะทำการเปลี่ยนสาหร่ายและ Co2 เป็นมูลตกลงสู่ก้นมหาสมุทร รวมถึงเมื่อตายลงซากของมันจะดึงเอา Co2 ลงสู่ก้นทะเลด้วยเช่นกัน นับเป็นการช่วยลด Co2 ให้กับโลกของเราเป็นอย่างดี” เมื่อรู้ถึงคุณค่าที่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับโลกเราแล้ว รู้สึกว่าเจ้าลูกน้ำตัวจ้อยนี้ยิ่งน่ารักขึ้นมาอีกเป็นกอง

อ้างอิง: 1. http://en.wikipedia.org/wiki/Salp
           2. http://www.coastalaqua.com/webboard/index.php?action=printpage;topic=2199.0

Photobucket


หลังจากพักเหนื่อยจากการเดินทางกันพอสมควรแล้ว เวลา 15:00 น. โดยประมาณ ทางรีสอร์ทได้ตระเตรียมขนมหวาน น้ำแข็งใส เฉาก๊วย ฯ ให้รับประทานรองท้องกัน ก่อนจะออกเดินทางโดยเรือสปีดโบ้ทที่มีไต๋เรืออารมณ์ขัน หรือที่รู้จักกันในนามว่า “ไต๋เล็ก” เป็นผู้นำทางพาคณะพวกเราลัดเลาะป่าโกงกางไปสู่ “น้ำตกคลองเจ้า” กันในวันนี้

Photobucket


“น้ำตกคลองเจ้า” ถือเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเกาะกูด เนื่องจากเป็นน้ำตกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาส เมื่อพุทธศักราช 2454

Photobucket


การเดินทางมายังน้ำตกคลองเจ้าแห่งนี้ หลังจากนั่งเรือสปีดโบ้ทเข้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะต้องเดินเท้าเข้าสู่ตัวน้ำตกอีกประมาณ 15-20 นาทีพอได้ออกกำลังกันเล็กน้อย โดยที่ไต๋เล็กให้เวลาพวกเราประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ให้ได้พักผ่อนชื่นชมสายน้ำไหลเย็นของน้ำตกแห่งนี้กัน

Photobucket


กลับจากน้ำตกปุ๊บ ก็ไม่ต้องรีรอชักช้าอยู่ทำไมให้เสียเวลา ปรี่ลงเรือคายัคลุยกันต่อเลยทันทีก่อนฟ้าจะมืด

Photobucket


ภาคภูมิใจกับรูปตัวเองพายเรือคยัคนี้มากๆ เพราะช่างภาพคนนี้ไม่ค่อยจะได้อยู่ในฐานะตากล้องซักเท่าไหร่ เน้นเป็นนางแบบให้คนอื่นซะมากกว่า  ต้องขอบใจเพื่อนมากมายนะที่ช่วยเก็บภาพสวยๆ แบบนี้ให้กัน

Photobucket


ตกค่ำหลังมื้ออาหาร คณะของพวกเราก็มุ่งหน้าเหวี่ยงเบ็ดตกหมึกกันมือเป็นระวิง

Photobucket


นั่งรอแล้วรอเล่า ลุ้น ลุ้น ลุ้น กันตัวโก่ง หมึกจ๋าหมึก

Photobucket


รออีก…. รอ… ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาหมึก อ่า…ปลาหมึกอยู่ไหน?

คณะของพวกเราตกหมึกไม่ได้กันเลยซักตัวเดียว แต่พอคืนถัดไปมีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มเข้ามาพักที่รีสอร์ท เหวี่ยงเบ็ดปุ๊บ หมึกติดปั๊บ! ได้ทีเดียวรวดห้าตัว กลุ่มเรามีหรือจะยอมน้อยหน้า จับเบ็ดมุ่งหน้าไปตกหมึกหวังจะตกกันได้บ้างซักตัวสองตัว แต่แล้ว…ก็ไม่มีใครตกหมึกติดเบ็ดได้อีกเลย นัดนี้ 5:0 แต้ม ขาดลอย

Photobucket


ข้ามคืนผ่านพ้นไป เช้าวันเสาร์ที่ 21/11/2552 เมื่อทานอาหารเช้ากันเป็นที่เรียบร้อย ก็เตรียมตัวออกเดินทางไปดำน้ำกัน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากว่า ทริปนี้ไม่สามารถไปดำน้ำที่เกาะรังได้อย่างที่คาดหวัง ด้วยเพราะปัญหาของคลื่นลมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการไปดำน้ำที่เกาะรัง ไต๋เล็กจึงสามารถพาพวกเราดำน้ำชมปะการังและเหล่าฝูงปลาได้ที่บริเวณโดยรอบเกาะกูดเท่านั้น

ภาพถ่ายระหว่างดำน้ำไม่มีเลยสักภาพ จากที่ตั้งใจว่าอย่างน้อยจะอยู่บนเรือถ่ายภาพเพื่อนๆ กำลังดำผิวน้ำ (Snorkeling) ก่อนแล้วค่อยตามหลังลงไปบ้าง แต่เพราะเมาเรือมากไม่สามารถอยู่บนเรือได้นาน เรือจอดปุ๊บลงน้ำปั๊บ หนีเมาลงน้ำอย่างเร็ว

จากที่เคยไปดำผิวน้ำที่อื่นๆ มาบ้าง เพิ่งจะมีของที่อาณาเลนี่ล่ะที่ก่อนจะปล่อยลงดำผิวน้ำกันจริงๆ ไต๋เล็กและคุณลูกหยี (ลูกชายไต๋เล็ก) จะพาไปฝึกหัดใช้หน้ากากดำน้ำให้ถูกต้องกันก่อนที่บริเวณหาดน้ำตื้น เพื่อให้คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนนอกจากจะได้เรียนรู้วิธีการใส่หน้ากากดำน้ำและฝึกหายใจผ่านท่ออากาศได้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังค่อยๆ ได้สร้างความคุ้นเคยกับการลอยตัวบนผิวน้ำ ก่อนจะออกสู่การดำผิวน้ำในบริเวณน้ำลึกจริง ช่วยลดอาการตื่นกลัวไปได้บ้าง คาดว่าคงจะมีรีสอร์ทอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองฝึกภาคปฏิบัติกันก่อนในลักษณะนี้

Photobucket


พักทานมื้อกลางวัน เป็นเส้นจันท์ผัดปู และแตงโมหวานฉ่ำ ก่อนออกดำน้ำกันอีกรอบและกลับเข้ารีสอร์ท

หมายเหตุ: ต้องขอขอบคุณ “The Beach Natural Resort” มา ณ ที่นี้ด้วย ที่มีน้ำใจให้คณะของพวกเราแวะจอดเรือเทียบท่าเพื่อใช้บริการห้องสุขาปลดทุกข์เบากันเกือบทั้งลำเรือ จะจดจำไว้ในความทรงจำเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ (ฮา)

Photobucket


กลับจากดำน้ำ ที่รีสอร์ทจัดเตรียมส้มตำ ขนมจีนน้ำยา ไว้ให้เสริมแรงพอหายเหนื่อย… อิ่มท้องเรียบร้อยก็เดินเตร่ๆ ย่อยอาหารกันสักพัก และแอบเก็บภาพหนุ่มๆ อาณาเลระหว่างพักผ่อนหลังจากช่วยกันนำไม้กระดานมาปูสะพานเพิ่งเสร็จ เนื่องจากเมื่อเช้าคลื่นค่อนข้างแรงพอสมควร ทำให้ต้องถอดไม้กระดานสะพานออกเพื่อความปลอดภัย และนำมาติดตั้งใหม่อีกครั้งเมื่อน้ำเริ่มลดและคลื่นเริ่มซาลงแล้ว

Photobucket


น้องรอน หนุ่มน้อยขวัญใจของพวกเรา

Photobucket


ที่โขดหินหน้ารีสอร์ทมีครอบครัวคุณปูอาศัยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

Photobucket


เอ่อ…คุณปูคะ ต้องขอโทษจากใจจริงๆ นะคะที่เห็นแล้วแอบนึกถึงส้มตำขึ้นมาตะหงิดๆ

Photobucket


วันอาทิตย์ที่ 22/11/2552 เช้านี้ต้องเตรียมตัวกลับกันแล้วสิ ยังไม่อยากกลับเลย เวลา 3 วัน 2 คืน ดูเหมือนจะน้อยเกินไปจริงๆ เหมือนแค่เริ่มต้นติดเครื่องเดินหน้า พอเครื่องเริ่มร้อนก็ต้องหยุดกลางคันซะงั้น ขอส่งท้ายด้วยความงามของท้องทะเลโดยรอบ อาณาเล รีสอร์ท ก็แล้วกัน

เอ่อ… แต่ก่อนอื่น ขอแถมรูปคุณปูอีกสักใบ เพราะตอนเช้าทำให้เห็นสีสันของคุณปูชัดเจน ว่าสวยงามเกินกว่าจะนำไปใส่ในเมนูส้มตำได้ลงคอ (ฮา)

Photobucket


#01

Photobucket


#02

Photobucket


#03

Photobucket


#04

Photobucket


#05

Photobucket


#06

Photobucket


#07

Photobucket


#08

Photobucket


#09

Photobucket


ก่อนลาจาก ขอบันทึกข้อความการมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้กันเล็กน้อย… สิ่งที่ประทับในความทรงจำที่นอกเหนือจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ก็คือความสวยงามจากอัธยาศัยไมตรีของผู้คน ณ อาณาเล รีสอร์ทแห่งนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดความสุขเต็มเปี่ยมในการซึมซับเอาธรรมชาติที่สวยงามของท้องทะเลแห่งนี้เอาไว้ เจ้าหน้าที่ที่นี่ทุกคนให้การดูแลต้อนรับอย่างเป็นกันเองพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความเป็นกันเองนี้ไม่ได้สร้างความรู้สึกอึดอัดว่าพวกเราเป็นลูกค้าที่เจ้าหน้าที่ต้องพากันคอยนอบน้อมให้ แต่เป็นความอบอุ่นที่เหมือนกับเป็นพี่น้องเพื่อนฝูงคนรู้จักกัน อยากให้อาณาเลรักษามาตรฐานความอบอุ่นนี้เอาไว้ ตลอดจนแบ่งปันมันให้กับผู้มาเยือนอื่นๆ ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

Photobucket


การเดินทางขากลับด้วยเรือสปีดโบ้ทพร้อมไต๋เล็กคนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือในตอนเที่ยวกลับนี้เป็นการทวนกระแสน้ำที่มีคลื่นสูงพอประมาณ ทำให้แต่ละคนตกอยู่ในสภาพอิดโรยวิงเวียนกันถ้วนหน้า คนที่ได้ทานยาแก้เมาก่อนขึ้นเรือก็โชคดีหน่อยที่แม้จะไม่สามารถนอนหลับสลบเหมือดได้เหมือนทุกทีเพราะแรงกระแทกของเรือ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีอาการวิงเวียนคลื่นเหียนให้อึดอัดทรมาน เห็นใจก็แต่เพื่อนร่วมทริปหลายคนที่ดูสีหน้าแล้วท่าทางจะต้องอึดอัดมากแน่นอน จนบางคนถึงกับอาเจียนเพราะทนอาการเมาเรือไม่ไหว

ในตอนเที่ยวขาไปยังเกาะกูดใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่ในตอนขากลับเข้าฝั่งกลับใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมง ทำให้หลายคนเริ่มทนอาการเมาไม่ไหว และเริ่มอยากเข้าห้องน้ำกันบ้างแล้ว จนไต๋เล็กเห็นใจแวะจอดที่แพของป้าแดงคนรู้จักของไต๋เล็ก ให้ได้พักผ่อนและแวะเข้าห้องน้ำกัน

Photobucket


ต่อคิวกันเข้าห้องน้ำเป็นแถว… แม้จะไม่ได้เข้าห้องน้ำกับคนอื่นด้วย แต่ก็ขอกล่าวคำขอบคุณแทนเพื่อนร่วมทริปทุกคนด้วยสำหรับความมีน้ำใจที่มอบให้แก่กัน “ขอบคุณมากค่ะ”

Photobucket


บรรยากาศบนแพของป้าแดงสวยไม่ใช่เล่น

Photobucket


สามารถปรับปรุงทำเป็น Guest House หรือ Home Stay ได้สบาย

Photobucket


น้องหมาหลังอานที่ออกมาต้อนรับแขก

Photobucket


น้องหมาอีกตัวที่ส่ายหางต้อนรับผู้มาเยือนจนก้นกระดิก… ไม่เห่าคนแปลกหน้าหน่อยเหรอจ๊ะหนูน้อย

Photobucket


เมื่อจวนจะถึงฝั่งจังหวัดตราด ทุกคนต่างจ้องมองนาฬิกาลุ้นกันตัวโก่งว่าจะกลับมาทันรอบรถทัวร์ที่ตัวเองหมายปองไว้ได้หรือไม่ เพื่อนร่วมทริปท่านอื่นๆ ซื้อตั๋วของบริษัทเชิดชัยทัวร์เอาไว้ ต่างคาดหวังว่าจะได้กลับรถเที่ยว 14:00 น. ซึ่งเวลาในขณะที่กลับเข้าฝั่งก็จวนเจียนจะ 14:00 น. เต็มทีแล้ว ทางรีสอร์ทเองก็รีบเร่งพาทุกคนไปส่งที่สถานีอย่างเต็มความสามารถจนในที่สุดเพื่อนร่วมทริปทั้งหลายต่างก็ขึ้นรถทัวร์ทันรอบ 14:00 น. กลับสู่กรุงเทพมหานครอย่างทันท่วงที

ในทางกลับกัน กลุ่มของพวกเราสามสาวที่ไม่รู้สึกร้อนรนกับเวลาที่กระชั้นชิด เพราะซื้อตั๋วของบริษัทธนกวีไว้ และดูตามตารางที่ได้ตรวจสอบมาแล้ว ตั้งใจไว้ว่าจะคอนเฟิร์มที่นั่งเที่ยวกลับในรอบ 14:30 น.ไปลงยังสถานีเอกมัย แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่าพวกเราไม่สามารถกลับรถเที่ยวที่ตั้งใจไว้ได้ เพราะเจ้าหน้าที่บริษัทธนกวีแจ้งว่า ไม่มีรอบรถเที่ยว 14:30 น. รอบที่เร็วที่สุดแล้วจะมีตอน 16:00 น.  และรถก็ไม่ได้วิ่งกลับเข้าสถานีเอกมัยด้วยแต่จะกลับเข้าไปยังสถานีหมอชิตอีกต่างหาก

ทำอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่ทำใจโบกมือลาส่งเพื่อนร่วมทริปรายอื่นๆ กลับบ้านกันตาละห้อย อยากกลับกับเค้าบ้างจังเลย

Photobucket


เพื่อนสาวที่ไปด้วยกัน หมดสภาพสิ้นฤทธิ์เดชกันคาโต๊ะอาหารที่สถานีขนส่งจังหวัดตราด

Photobucket


หันมาเห็นฝั่งนี้ อ้าว! นี่ก็อีกคน อยากสะกิดแล้วบอกว่า “เพื่อนคะ เพื่อนหลับกันหมดอย่างนี้ แล้วชั้นจะหลับบ้างได้อย่างไร ใครจะเฝ้าของ ฮือ ฮือ”

Photobucket


ท้ายนี้ ขอขอบคุณประเทศไทย ที่ยังมีธรรมชาติงดงามให้ได้ชื่นชม ช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัสเหมือนอย่างที่พวกเราได้เคยประทับไว้ในความทรงจำนะคะ

Photobucket

Comments
  1. จิ๊บ says:

    อยากทราบว่าหน้าหาดมีดำน้ำได้มั๊ยครับเผอิญว่าผมจะไปที่ อาณาเล พอดี ครับ อยากรู้ว่าเป็นยังงัย ขอบคุณมากครับ

  2. ตอบ “คุณจิ๊บ” ค่ะ

    ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่สามารถให้คำตอบได้แน่ชัด เพราะพวกเราเองไม่ได้ลองดำน้ำบริเวณหาดหน้ารีสอร์ทเลย มีแค่พายคยัคเท่านั้นเองน่ะค่ะ ส่วนดำน้ำเราก็นั่งเรือออกไปดำที่เกาะอื่นๆ แทน..

    แต่พอจะให้ข้อมูลได้เล็กน้อยว่า หน้าหาดของรีสอร์ทในช่วงที่พวกเราไปเป็นหน้าน้ำ จึงเห็นว่าน้ำทะเลขึ้นสูงจนเกือบชนกับสะพานไม้ แต่ถ้าหากไปช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้งเป็นหาดทรายกว้างไปไกล ซึ่งบริเวณหาดหน้ารีสอร์ทจะเต็มไปด้วยโขดหินจำนวนมาก (ฉะนั้นช่วงหน้าน้ำ เห็นน้ำเต็มๆ ก่อนจะกระโดดลงไปต้องเช็คให้ดีว่าไม่มีโขดหินอยู่ในบริเวณนั้นนะคะ จะได้ไม่บาดเจ็บค่ะ)

    ปล. แต่เห็นว่าทางรีสอร์มมีหน้ากากดำน้ำให้หยิบยืมได้ บางทีอาจจะมีจุดที่พอจะดำน้ำได้ใกล้ๆ อยู่ก็ได้นะคะ

    ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะคะ ^^

  3. จิ๊บ says:

    ขอบคุณมากเลยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s