ท้าลมร้อน “นครนายก” ปลายทางที่ “เขาใหญ่” นอน “คีรีมายา”

Posted: March 22, 2010 in Travel
…ทริปนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของบุพการีเป็นที่ตั้ง ระบุสถานที่มาเสร็จสรรพนับสิบแห่งหวังตระเวนให้ทั่วภายในเวลาสามวันสองคืน ทำเอาคุณลูกเหงื่อตกจะเป็นไปได้อย่างไรกันล่ะหนอ จึงต้องกรองสถานที่หลักๆ ขึ้นมาจนกลายเป็นทริปลูกกตัญญูในครั้งนี้… 

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553

เป้าหมายหลักสำหรับวันนี้คือการทัวร์ทำบุญใน จ.นครนายก เริ่มต้นจาก พุทธสถานจีเต็กลิ้ม – วัดพราหมณี (หลวงพ่อปากแดง) – อุทยานพระพิฆเนศ เพียงแค่สามแห่งก็หมดเวลาไปหนึ่งวันเต็มแล้ว

รถหมุนล้อออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันราวๆ 9:30 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงจุดหมายปลายทางแห่งแรก “วิหารเทพเจ้าแห่งโชคลาภ” หรือ “พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม” จังหวัดนครนายก ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ และตรุษจีน

ในภาพคือ พระอมิตาพุทธเจ้า หมายถึง พระพุทธเจ้าที่มีแสงสว่างและอายุยืนยาวอันหาประมาณมิได้ ซึ่งทางพุทธสถานฯ ได้จัดสร้างและนำมาประดิษฐานไว้โดยรอบ จำนวน 80 องค์ เพื่อถวาย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

Photobucket


โดยมากแล้ววัตถุประสงค์หลักของผู้ที่เดินทางมาพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม นี้ก็เพื่อมากราบบูชา เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี๊ย) ปางมหาเศรษฐีชัมภล (Jambhala) ซึ่งเป็นปางใหญ่ที่สุดในสามปางของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เพื่อให้ท่านประทานโชคลาภและความร่ำรวย รวมถึงป้องกันภัยจากภูตผีปีศาจทั้งปวง นอกจากนี้องค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ยที่พุทธสถานฯ แห่งนี้ ยังเป็นองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

Photobucket


ที่ด้านหน้าองค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ย จะมีป้ายบอกวิธีกราบไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิ้งเอี้ย โดยให้จุดธูป 8 ดอก ท่องคาถาหัวใจ “โอม ซัมภาลา จาเลนไนเยน สวาหะ” จำนวน 8 จบ อันที่จริงแล้วมีบทสวดคาถาบูชาแตกต่างกันสำหรับแต่ละนักษัตรด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วก็มักจะท่องคาถาหัวใจบทเดียวกันนี้ทั้งหมด

Photobucket


ที่ฐานขององค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ย มีสัญลักษณ์มงคล “ตะขอเกี่ยวเงินทอง โชคลาภ” (Money and Luck Hook) อยู่ สามารถขอพรได้ด้วยการนำหน้าผากและฝ่ามือทั้งสองข้างแนบสนิทกับสัญลักษณ์มงคลแล้วท่องคาถาตลอดจนขอพรที่ปรารถนา โดยจะมีคุณลุงเจ้าหน้าที่คอยยืนพากษ์คาถามงคลให้ฟังสำหรับบางท่านที่ไม่ทราบบทสวด

Photobucket


นอกจากองค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ยองค์ใหญ่แล้ว ยังมีองค์ไฉ่ซิ้งเอี้ยที่แกะสลักจากหยกเขียวน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งที่มือข้างซ้ายขององค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ยนั้นจะบีบคอพังพอนให้อ้าปาก เพื่อคายแก้วแหวนเงินทองออกมา ฉะนั้นจึงมีผู้คนถือเคล็ดนำกระเป๋าใส่เงินมารองรับที่ปากพังพอนแล้วลูบจากหางถึงปาก เพื่อให้เงินทองโชคลาภหลั่งไหลเข้ากระเป๋าของตน

Photobucket


ถัดมาไม่ไกลจากที่ประดิษฐานองค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นที่ตั้งของ “อุทยานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” (กวนอิมพู่สัก)

Photobucket


ผู้คนส่วนมากรู้จักและเรียกขานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กันในนามของ เจ้าแม่กวนอิม นั่นเอง

Photobucket


พระองค์ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มากล้นด้วยความเมตตาโปรดเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

Photobucket


บริเวณด้านในสุดเป็นที่ประดิษฐานของ “จตุมหาโลกบาล” ผู้มีหน้าที่อารักขาโลกทั้ง 4 ทิศ

Photobucket


ด้านหน้าของจตุมหาโลกบาลจะมีลานแปดเหลี่ยมพร้อมสัญลักษณ์หยินหยางอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง สำหรับให้ผู้ที่มาบูชาได้ขึ้นไปยืน ณ ตรงกลางลานเพื่อกราบบูชาให้ครบทั้งสี่ทิศ

Photobucket


ฉะนั้นจึงเกิดเป็นภาพแปลกตาที่ต่างคนต่างหันบูชากันคนละทิศละทางสะเปะสะปะ บ้างก็หันหน้าเข้าหากันอย่างที่เห็น

Photobucket


“เทพ เกียง ไท้ กง” ผู้ทำหน้าที่แต่งตั้งเทพเจ้า 365 องค์ กราบทูลแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้ ประดิษฐานอยู่ระหว่างลานแปดเหลี่ยมกับจตุมหาโลกบาล

Photobucket


งานประติมากรรมนูนสูงลายมังกรบนผนังที่แม้จะชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลาแต่ก็ยังให้สีสวดสด

Photobucket


ทางพุทธสถานฯ ได้จัดสถานที่สำหรับขอโชคลาภด้วยการลูบพังพอนโดยเฉพาะ มีผู้คนมาเข้าคิวยาวเหยียดกันเป็นทิวแถว

Photobucket


“เทพกวงลู่” เทพเจ้าต่ออายุ บูชาด้วยการถวายผลไม้เพื่อให้ท่านประทานพรให้มีอายุยืนยาว

Photobucket


จุดหมายที่สองของวันนี้ “วัดพราหมณี” (หลวงพ่อปากแดง) อยู่บนถนนสายนครนายก – น้ำตกสาริกา วิ่งผ่านตัวเมืองมาประมาณ 4 กิโลเมตร

Photobucket


คอหวยทั้งหลายคงรู้จักวัดแห่งนี้เป็นอย่างดีว่ามีชื่อเสียงมากน้อยขนาดไหน ซึ่งในวันที่พวกเราไปเยือนวัดแห่งนี้เป็นวันก่อนหวยออกเพียงสองวัน จึงคราครั่งไปด้วยฝูงชนจำนวนมากที่หวังจะมานำเลขเด็ดติดตัวกลับไป และเพราะเหล่ามหาชนจำนวนมหาศาลแออัดยัดเยียดนี้ ทำให้อากาศแสนจะร้อนอบอ้าวจนแทบจะขาดสติ ไม่มีอารมณ์แม้แต่จะหยิบกล้องออกจากกระเป๋า เลยมีรูปถ่ายกลับมาเพียงแค่นี้

Photobucket


ห่างจากวัดพราหมณีขึ้นไปราว 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่แยกประชาเกษม เข้าไปประมาณ 200 เมตร เป็นที่ตั้งของ “อุทยานพระพิฆเนศ” ซึ่งมีเทวรูปพระพิฆเนศขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประดิษฐานอยู่

พระพิฆเนศเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และในปัจจุบันนี้พระพิฆเนศ ได้กลายเป็นมหาเทพที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก และได้รับการเคารพบูชาเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มากมาย เนื่องจากเป็นมหาเทพที่มีสติปัญญาสูงและเป็นผู้ขจัดปัดเป่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง จนได้รับการขนานนามให้เป็น “เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ” ที่ทรงโปรดประทานพรให้สมปรารถนาสำเร็จทุกสิ่งตามคำอธิษฐานที่ไม่เกินวาสนาบารมีของแต่ละบุคคล

Photobucket


พระวรกายขององค์พระพิฆเนศมีลักษณะโดดเด่นที่ร่างกายเป็นมนุษย์แต่กลับมีเศียรเป็นคชสาร อันมีตำนานที่มาของเศียรคชสารแตกต่างหลากหลายเรื่องราว ส่วนอาวุธและวัตถุที่ทรงถือไว้ในมือนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไปหลายสิบชนิดเช่นกัน

สำหรับเทวรูปพระพิฆเนศที่ประดิษฐานอยู่ ณ อุทยานแห่งนี้ ในพระหัตถ์ด้านขวาบนทรงถือ “ตรีศูล” (Trishula) พลังแห่งฤทธานุภาพ ผู้เป็นใหญ่ใน 3 โลก สามารถขจัดปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง ส่วนพระหัตถ์ด้านขวาล่างทรงถือ “งาหัก” (Bhagnadanta) ซึ่งเป็นงาของพระองค์เอง เป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียสละ เนื่องจากพระองค์ได้หักงาของตนเป็นหอกพุ่งเข้าใส่ปีศาจคชสารในระหว่างการต่อสู้ แต่บางตำนานกล่าวว่างาของพระองค์ถูกขวานปรศุรามหักเสีย

Photobucket


พระหัตถ์ด้านซ้ายบนทรงถือ “บ่วง” (Pasha) ใช้สำหรับกำราบมนุษย์ที่ประพฤติผิดและชี้นำพาไปสู่เส้นทางแห่งธรรมะและหลุดพ้น ส่วนพระหัตถ์ด้านซ้ายล่างทรงถือ “ขนมโมทกะ” (Modakapatra) หรือขนมต้ม เนื่องจากพระองค์ชอบเสวยขนมโมทกะ อันมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ในทุกสิ่ง ซึ่งบางครั้งอาจจะเห็นองค์พระพิฆเนศในปางอื่น ทรงถือ “ขนมหวานลัดดู” (Laddu or Milk Sweet) แทนขนมโมทกะ ซึ่งหมายถึงความสุขและความสำเร็จ โดยพระองค์จะประทานขนมลัดดูให้กับผู้ประพฤติตนดี

Photobucket


ซุบซิบ ซุบซิบ… ผู้คนพากันเรียงแถวมากระซิบที่หนูหูทิพย์กันล้นหลาม การมากระซิบที่หนูหูทิพย์นี้ ก็เนื่องจากในแต่ละวันมีผู้คนหลั่งไหลมาขอพรต่อองค์พระพิฆเนศเป็นจำนวนมาก จึงต้องมากระซิบกับหนูบริวารของพระองค์ เพื่อให้คอยเตือนถึงคำอธิษฐานของตนให้พระองค์ได้รับทราบและประทานพรให้ โดยการกระซิบที่หูหนูนั้น หากกระซิบที่หูขวาให้โอบมือไปปิดที่หูข้างซ้ายของหนูไว้ด้วย ในทางกลับกันหากกระซิบที่หูซ้ายก็ให้โอบมือไปปิดที่หูข้างขวาของหนูไว้เช่นกัน

Photobucket


ไม่แน่ใจว่าหนูเลขานุการนี้ จะเป็นหนูเดียวกันกับที่เป็นพาหนะขององค์พระพิฆเนศหรือไม่ หากเป็นหนูพาหนะของพระองค์นั้นมีชื่อเรียกขานว่า “มุสิกะ” (Mushika) ซึ่งมีตำนานเล่าขานแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเรื่องราวหนึ่งเกี่ยวกับหนูพาหนะของพระองค์ คือ ขณะที่พระองค์ได้สู้รบกับปีศาจคชสาร นามว่า กาจามุกะ พระองค์ทรงหักงาของตนใช้แทนหอกพุ่งเข้าทำร้ายกาจามุกะจนบาดเจ็บสาหัส ขณะที่กาจามุกะพยายามหนีด้วยการแปลงกายเป็นหนูยักษ์ พระองค์ได้กระโดดขึ้นนั่งและปรามจนสิ้นฤทธิ์ แล้วใช้เป็นพาหนะของพระองค์ตลอดมา โดยประทานนามให้ว่า มุสิกะ นั่นเอง

ภายในอุทยานฯ แห่งนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพิฆเนศ 108 ปาง และหอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐาน พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ อันเป็นมหาเทพสูงสุดทั้งสามพระองค์ ให้ได้สักการะบูชากัน แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างเย็นย่ำพอสมควรแล้ว เดี๋ยวจะเดินทางเข้าที่พัก “คีรีมายา เขาใหญ่” (Kirimaya Khaoyai) ค่ำจนเกินไป จึงไม่ได้เดินเข้าไปเที่ยวชมสักการะกัน

Photobucket


วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553

สถานที่แรกสำหรับเช้าวันนี้ “อุทยาน มูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” วัดบ้านโนนกุ่ม อ.สีคิ้ว หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “วัดสรพงษ์” ซึ่งได้เคยมาเยี่ยมเยือนและทำรีวิวไว้แล้วตั้งแต่ปี 2551… การตกแต่งภายนอกมหาวิหารสมเด็จพุฒาจารย์โตฯ แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็คืบหน้ากว่าเมื่อสองปีก่อนมาก

Photobucket


ส่วนรูปหล่อจำลองหลวงปู่โต ที่เมื่อคราวก่อนยังเห็นลักษณะภายนอกชัดเจนว่าทำขึ้นจากทองเหลืองรมดำ มาครั้งนี้ได้ถูกขัดพื้นผิวชั้นนอกออกเพื่อบูรณะปฏิสังขรเสียใหม่ จึงได้ยินเสียงบ่นเสียดายกันขรมจากผู้มีจิตศรัทธาที่ตั้งใจเดินทางมาไกลเพื่อชื่นชมรูปหล่อหลวงปู่โตนี้

Photobucket


พื้นที่โล่งด้านหน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชในวันนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นทุ่งดอกทานตะวันขนาดย่อม

Photobucket


ก่อนเดินทางกลับแวะพักคลายร้อนดื่มชากาแฟเย็นๆ ที่ร้านกาแฟหลวงปู่ กันสักนิด

Photobucket


ภายในร้านมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนรับลมเย็นๆ

Photobucket


ขากลับแวะทานอาหารมื้อเที่ยงกันที่ “สวนเมืองพร รีสอร์ท” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอุทยานฯ หลวงปู่โตนัก

Photobucket


จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่นับเป็นจุดขายของรีสอร์ทแห่งนี้เพราะสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้ในมุมมองแบบพาโนราม่า ซึ่งจะดีมากถ้าหากได้มาในช่วงอากาศหนาวเย็นสักหน่อย เพราะท่ามกลางความร้อนระอุอย่างนี้ไม่สามารถแม้แต่จะลืมตาสู้แดดได้ไหว

Photobucket


ไม่ได้เก็บภาพมามากนัก เอาแค่พอเป็นพิธีก่อนกลับ เพราะไม่อาจสู้กับความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ได้

Photobucket


นังเหมียวขี้อ้อน ณ สวนเมืองพร ที่ชอบมาคลอเคลียปีนป่ายอยู่ไม่ห่าง

Photobucket


เมื่ออิ่มท้องก็พร้อมลุย พาป๊ะป๋ากับหม่ามี๊มาลุยเครื่องเล่นที่ “ทองสมบูรณ์คลับ” (Thong Somboon Club) และเพราะว่าครั้งนี้มาพร้อมกับวัยรุ่น (ใหญ่) ทั้งสองคน ถึงได้รู้ว่าผู้มีอายุเกิน 60 ปี ไม่ต้องเสียค่าบัตรรถโดยสารเข้าไปยังบริเวณกิจกรรม และยังได้นั่งกระเช้าลอยฟ้าฟรีอีกด้วย

Photobucket


ครั้นเอาเข้าจริงวัยรุ่น (ใหญ่) สองคนกลับไม่ยอมเล่นเครื่องเล่นอะไรเลย แต่อันที่จริงก็ไม่ค่อยอยากให้ท่านลงไปลุยนักเพราะเกรงว่าจะบาดเจ็บได้ สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าต้องลงไปลุยซะเองให้คุ้มกับการเดินทางมาสักหน่อย ตากล้องเลยพลอยไม่ได้ทำหน้าที่เพราะมัวแต่เล่นจนลืมวัย (ฮา) ไม่มีภาพประกอบอีกแล้วเรา…

Photobucket


ก่อนกลับรีสอร์ทแวะทานอาหารเย็นกันที่ “ครัวหญ้าคา” ถนนธนะรัตน์ ซึ่งในเวลานั้นทั้งร้านมีเพียงเราครอบครัวเดียว จากที่เคยได้ยินว่าจะมีคนแน่นขนัดจนต้องรอคิวกันนาน คงจะเพราะยังไม่ถึงเวลาทานอาหารเย็นของผู้คนส่วนใหญ่ บวกกับไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวก็เป็นได้

Photobucket


วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันแล้ว… ฉะนั้นจึงไม่พลาดที่จะต้องแวะชมสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ New walking street shopping center ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากบนเขาใหญ่ เนื่องจากรูปแบบการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน “ปาลิโอ เขาใหญ่” (Palio Khaoyai) นั่นเอง

Photobucket


ปาลิโอ ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ กม. 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ มองหาได้ไม่ยากเนื่องจากอยู่ริมถนนเห็นได้เด่นชัด

Photobucket


ภายในประกอบด้วยกลุ่มอาคารชั้นเดียวและสองชั้น มีลักษณะเป็นวิลเลจมอลล์

Photobucket


ด้วยแนวคิดถนนคนเดินสไตล์อิตาเลียน ร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการจึงต้องถูกคัดกรองเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน

Photobucket


ลานน้ำพุและหอนาฬิกา ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิลเลจมอลล์แห่งนี้ไปแล้ว

Photobucket


สามารถสัมผัสบรรกาศ Little Italy บนเขาใหญ่ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 22:00 น โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

Photobucket


แทบจะทุกจุดภายในวิลเลจแห่งนี้จะถูกประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงามไม่ให้ถูกเว้นว่างไว้

Photobucket


สีสันของต้นไม้ดอกไม้ทั้งจริงและปลอมเห็นอยู่ทั่วทุกพื้นที่

Photobucket


นังเหมียวบนยอดอาคาร

Photobucket


รูปปั้นตกแต่งบนระเบียง

Photobucket


เหล็กดัดลายบนฝาผนังอาคาร

Photobucket


ป้ายร้านค้าต่างๆ ล้วนถูกออกแบบมาอย่างสวยงามสะดุดตา

Photobucket


น่ารักดีจริงๆ

Photobucket


Sugoi !! คำที่คนไทยนิยมออกเสียงว่า สุ-โค่ย (Su-goi) อันที่จริงแล้วควรจะต้องออกเสียงว่า ซุ-โงะ-อิ (Su-go-i) หรือออกเสียงเร็วๆ ว่า ซุโง่ย จึงจะใกล้เคียงการออกเสียงของคนญี่ปุ่นมากกว่า

ถูก-ผิดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

Photobucket


ภายในสถานที่แห่งนี้มีมุมสวยๆ มากมายที่เหมาะแก่การถ่ายภาพพอร์ตเทรต (Portrait)

Photobucket


เรียกว่าถ่ายกันได้จนเหนื่อยหอบทั้งตากล้องและนายแบบนางแบบเลยทีเดียว

Photobucket


แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าเวลาที่เพิ่งเปิดให้เที่ยวชมจะปราศจากผู้คนอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ต้องแลกกับร้านรวงที่ยังไม่ค่อยเปิดทำการนัก

Photobucket


น้องหมาของใครถูกล่ามไว้ตากแดดตากฝน

Photobucket


ทำเลนี้ถ่ายนายแบบออกมาเท่มากมายชอบมาก

Photobucket


ตู้ไปรษณีย์กับเสื้อผ้าสีสดเพิ่มให้มีสีสัน

Photobucket


มุมเล็กๆ น่านั่งพักผ่อน

Photobucket


หลีกหนีความร้อนระอุเข้ามานั่งจิบกาแฟเย็นๆ ซักแก้วในร้าน “Azure” เป็นภาษาฝรั่งเศสออกเสียงประมาณว่า แอ-เฌอ หรือ แอ-ฌัว มีความหมายว่าสีฟ้าเข้มเหมือนสีท้องฟ้า ซึ่งคงเป็นที่มาของอาคารสีฟ้าเข้มหลังนี้

Photobucket


ภายในเย็นฉ่ำ

Photobucket


มีมุมสบายๆ ให้ได้ล้อมวงสนทนา

Photobucket


หลังจากหลงไปกับสีสันลิตเติ้ลอิตาลีกันพักใหญ่ ก็แวะทานสเต็กที่ฟาร์มโชคชัยเป็นมื้อกลางวันของวันนี้ จากนั้นจึงแวะซื้อน้ำองุ่นจากไร่ “พี.บี.วัลเล่ย์ เขาใหญ่ ไวน์เนอรี่” (PB Valley Khaoyai Winery) ก่อนจะกลับเข้าสู่คืนวันที่แสนวุ่นวายของชีวิตเมืองหลวงกันอีกครั้ง… See you again Khaoyai.

Photobucket

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s